
BTWเปลี่ยนเข้าmai
โบ้ยนโยบายรัฐ เรื่องพลังงานทดแทนไม่ชัดเจน บีทีเวลธ์ฯ พับแผนลงทุน ไม่จำเป็นต้องเข้า SET ระดมทุนก้อนโต
โบ้ยนโยบายรัฐ เรื่องพลังงานทดแทนไม่ชัดเจน บีทีเวลธ์ฯ พับแผนลงทุน ไม่จำเป็นต้องเข้า SET ระดมทุนก้อนโต
นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ (BTW) เปิดเผยว่า BTW ได้เปลี่ยนแผนการเข้าตลาดหุ้นจากเดิมที่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เนื่องจากมีการปรับแผนการใช้เงินที่ระดมทุนได้ จากแผนเดิมเงินส่วนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่สนใจ แต่ปัจจุบันไม่มีการลงทุนในธุรกิจดังกล่าว
“แม้ว่า BTW จะมีคุณสมบัติครบเข้า SET ได้ แต่นโยบายรัฐในเรื่องพลังงานหมุนเวียนยังไม่ชัดเจนและการนำ BTW เข้าตลาดด้วยเกณฑ์โฮลดิ้ง โดยมีบริษัท เบสท์เทค แอนด์เอ็นจิเนียริ่ง เป็นแกน ซึ่ง SET มีเกณฑ์ให้ทั้ง BTW ในฐานะบริษัทแม่และบริษัทแกน ต้องเพิ่มทุนเป็น 300 ล้านบาท/บริษัทขึ้นไปด้วย แต่ยังไม่มีโครงการลงทุนที่สร้างประโยชน์ ขณะที่ธุรกิจเหล็กในปัจจุบันก็ไม่มีความจำเป็นใช้เงินทุน จึงต้องปรับแผนเข้า mai แทน”
บริษัทดำเนินธุรกิจหลัก คือ แปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก (Steel Fabrication) และประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) มีทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจจากการรับเงินล่วงหน้าที่ลูกค้าจ่ายให้ และภาพใหญ่ของงานโมดูลมีแนวโน้มชะลอตัวตามทิศทางอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ทั้งนี้ วันที่ 31 มี.ค. 2559 BTW มีทุนจดทะเบียน 378 ล้านบาท จะเสนอขายไอพีโอจำนวน 156 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คาดว่าจะสรุปราคาไอพีโอในประมาณกลางเดือน มิ.ย. และเข้าซื้อขายในเดือน ก.ค. โดย BTW มีจุดแข็งคือมีฐานลูกค้ากระจายหลากหลายทั้งโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ และน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งมีงานทั้งในและต่างประเทศ
“ยอมรับว่าการระดมทุนในช่วงนี้จะไม่ใช่จังหวะที่ดีที่สุด เพราะงานโมดูลได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมที่ชะลอลง แต่เป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนหากธุรกิจเข้าสู่จุดสมดุลก็จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า” นายธนะชัย กล่าว
นายโชติก รัศมีทินกรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BTW กล่าวว่า แผนใช้เงินไอพีโอจะนำไปใช้ลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพลดเวลาสูญเสียของโรงงาน บริษัทมีมูลค่างานในมือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2558 ที่ราว 750 ล้านบาท ส่วนผลงานในปี 2558 มีกำไร 675 ล้านบาท ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 475 ล้านบาท สิ้นปี 2558 มีอัตรากำไรสุทธิที่ 34% ใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม







