posttoday
นักลงทุนรอสัญญาณชัดเจน จากธนาคารกลางสหรัฐ

นักลงทุนรอสัญญาณชัดเจน จากธนาคารกลางสหรัฐ

30 พฤษภาคม 2559

โดย...อัญชลี ซิงห์

โดย...อัญชลี ซิงห์

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.70 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นกรอบที่แคบลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากมองว่าค่าเงินได้รับข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปมากเล้ว ดังนั้นเงินบาทจึงอาจไม่เคลื่อนไหวผันผวนมากในสัปดาห์นี้

แต่นักลงทุนจะจับตาการเผยเพร่ข้อมูลเศรษฐกิจทั้งจากไทยและสหรัฐที่จะมีออกมาตลอดสัปดาห์ เริ่มต้นด้วยตัวเลขการส่งออกไทยที่จะออกมาในวันอังคารนี้ หากตัวเลขการส่งออกติดลบมากกว่าคาด เงินบาทอาจปรับอ่อนค่าลง เนื่องจากการส่งออกเป็นปัจจัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กังวล ทำให้ ธปท. อาจเข้ามาแทรกแซงค่าเงินบาทให้อ่อนค่าเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก

นอกจากนี้ นักลงทุนจะจับตาตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีน ซึ่งเป็นเครื่องชี้ว่าภาคการผลิตและบริการของจีนมีพัฒนาการดีขึ้นหรือแย่ลง นอกจากนี้สหรัฐจะเผยแพร่ตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญมาก หากตัวเลขนี้ออกมาอยู่ที่ระดับดีและผู้กำหนดนโยบายการเงินสหรัฐยังออกมาให้การสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ อาจทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอีก ซึ่งหลังจากบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาเมื่อกลางเดือน พ.ค. นักลงทุนปรับเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาที่ประมาณ 28% ณ ปัจจุบัน

เงินบาทเปิดตลาดที่ 35.620 และอ่อนค่าลงในช่วงแรกของสัปดาห์ เนื่องจากบันทึกการประชุมของเฟดในเดือน เม.ย. สะท้อนให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายการเงินในสหรัฐ พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังออกมาดีตามคาด

นอกจากนี้ ประธานเฟดหลายท่านออกมากล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์ไทยออกมา และส่งผลให้เงินบาทปรับอ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามสกุลเงินเอเชียต่างๆ เนื่องจากการชะลอตัวของการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ  และนักลงทุนบางส่วนทยอยเทขายเงินเหรียญสหรัฐออกมาเพื่อทำกำไร นอกจากนี้นักลงทุนรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และความเห็นเพิ่มเติมจากผู้กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ เงินบาทจึงปิดตลาดที่ 35.67

เงินเยนเปิดตลาดที่ 110.08 ในช่วงแรกของสัปดาห์เงินเยนเห็นการอ่อนค่าลง เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ตัวเลขยอดซื้อบ้านใหม่ของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 8 ปี และผู้กำหนดนโยบายการเงินในสหรัฐ แสดงความต้องการที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. นอกจากนี้เงินเยนปรับอ่อนค่าลง เนื่องจากทางการสหรัฐแสดงความคิดเห็นว่าพวกเขาจะไม่สนับสนุนการแทรกแซงในตลาดเงินญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 10% ปีนี้เล้วก็ตาม แต่ทางการญี่ปุ่นมองว่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการเก็งกำไรไม่ใช่จากปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น ตลาดจึงมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะไม่กล้าเข้าแทรกแซงเงินเยนมากนัก อย่างไรก็ตาม เงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงหลังของสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนทยอยเทขายเงินเหรียญสหรัฐออกมาเพื่อทำกำไร ก่อนการแสดงความคิดเห็นของประธานเฟดเกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการเงินในสหรัฐ เงินเยนปิดตลาดที่ 109.67

เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.1215 และอ่อนค่าลงในสัปดาห์ก่อน เงินยูโรปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์ หลังจากที่ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐออกมาแสดงสัญญาณว่าสหรัฐแข็งแกร่งมากพอที่จะเห็นการเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน มิ.ย. เงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่นักลงทุนในตลาดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อค่าเงินยูโร หลังจากที่รัฐมนตรีคลังของประเทศสมาชิกยูโรโซนอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่กรีซ 1.03 หมื่นล้านยูโร และให้สัญญาว่าจะช่วยลดภาระหนี้ของกรีซในปี 2018 ประกอบกับการขายเงินเหรียญสหรัฐทำกำไรในช่วงท้ายสัปดาห์ เงินยูโรปรับอ่อนค่าลงและปิดตลาดที่ 1.1179

ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาค่อนข้างดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หนุนให้นักลงทุนมองว่าเป็นไปได้มากที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในเดือน มิ.ย.นี้

สำหรับอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ในตลาดรองยังคงปรับสูงขึ้นทุกช่วงอายุ เป็นผลมาจากการชะลอการลงทุนของนักลงทุนที่ยังตื่นตระหนก ภายหลังจากอัตราผลตอบแทนที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้จากในการประมูลพันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี ของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT193A) ที่มีจำนวนเข้าร่วมประมูลน้อยกว่าจำนวนพันธบัตรที่ออกอยู่ที่ 0.85 เท่าของจำนวนพันธบัตรที่ออกเท่านั้น ซึ่งอัตราผลตอบแทนของทั้งพันธบัตรและหุ้นกู้ได้ปรับขึ้นทันที หลังประกาศผลการประมูล

สิ้นสุดสัปดาห์อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA รุ่นอายุ 3 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 9 bps อยู่ที่ 1.92% คิดเป็น Spread 26 bps รุ่นอายุ 5 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 10 bps อยู่ที่ 2.16% คิดเป็น spread 34 bps รุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 7 bps อยู่ที่ 2.54% คิดเป็น Spread 45 bps

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน