posttoday
บี้แมกซ์แจงเพิ่มทุนพิลึก

บี้แมกซ์แจงเพิ่มทุนพิลึก

27 พฤษภาคม 2559

ตลาดฯ เตือนนักลงทุนระวังหุ้นแมกซ์ฯ ไม่มีเหตุผลหนุนเพิ่มทุนกว่าเท่าตัว รายย่อยจะได้อะไรจากการยกล็อตขายพีพี

ตลาดฯ เตือนนักลงทุนระวังหุ้นแมกซ์ฯ ไม่มีเหตุผลหนุนเพิ่มทุนกว่าเท่าตัว รายย่อยจะได้อะไรจากการยกล็อตขายพีพี

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขอให้บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX)ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม กรณีคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนอีก20,328ล้านบาท ถือว่าเกินกว่าเท่าตัวจากทุนชำระแล้วในปัจจุบัน  19,834ล้านบาท พร้อมจัดสรรหุ้นครึ่งหนึ่ง หรือ1หมื่นล้านหุ้น ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (พีพี) จนเป็นผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วนลง33.52%ขณะที่ยังมีเงินเพิ่มทุนคงเหลือ839ล้านบาท
แต่MAXยังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุนอย่างชัดเจน

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้MAXชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมภายในวันที่30พ.ค.2559

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้บริษัทชี้แจง4หัวข้อใหญ่ คือ1.ความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นที่บริษัทต้องเพิ่มทุนครั้งนี้ ขณะที่ยังมีเงินเพิ่มทุนเก่า2.แผนการใช้เงินเพิ่มทุนที่ยังเหลืออยู่839ล้านบาท ให้ระบุรายละเอียดของแผนงาน งบประมาณลงทุน และระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้เงิน

3.วัตถุประสงค์และแผนการใช้เงินเพิ่มทุนครั้งนี้ ให้ชี้แจงในแต่ละวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน รายละเอียดและโอกาสที่โครงการดังกล่าวจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัท ความเสี่ยงและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกรณีที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในเบื้องต้นและจะต้องใช้ทั้งหมด ความคุ้มค่าที่ผู้ถือหุ้นได้รับเปรียบเทียบกับผลกระทบสิทธิออกเสียง33.52%หลังขายพีพี1หมื่นล้านหุ้น พร้อมทั้งระบุชื่อและข้อมูลของบุคคลในวงจำกัดที่จะได้รับการเสนอขาย4.การดำเนินการเกี่ยวกับการเพิ่มทุนและลดทุน โดยให้ลำดับขั้นตอนของการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนและการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จาก1บาท เป็น0.05บาท ซึ่งเป็นการลดทุนเกินกว่า1ใน4ของทุนทั้งหมด ขอให้อธิบายว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.มหาชน หรือไม่ อย่างไร

ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า บริษัท แมกซ์ฯ กำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ โดยนายขจรศิษฐ์สิ่งสรรเสริญ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตัดสินใจขายหุ้นที่ถืออยู่ให้กับนายแพทย์นักการเมืองชื่อดัง ซึ่งบริษัทได้ปฏิเสธข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ขณะที่ นายขจรศิษฐ์ ได้รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า วันที่11ก.พ.2559ได้โอนหุ้นออกจำนวน2,000ล้านหุ้น ในนามState Street Bank Europe Limitedและวันที่30เม.ย.2559โอนออกอีก2,000ล้านหุ้น ให้ในนามบริษัท เครดิตสวิส เอจี สาขาสิงคโปร์ วันที่23พ.ค.2559ได้ขายออก500ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ0.20บาท

ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ วันที่23มี.ค.2559พบว่า นายขจรศิษฐ์ถือหุ้นใหญ่ที่สุด5,746.3ล้านหุ้น สัดส่วน28.97%ของทุนชำระแล้ว อันดับสองคือ บริษัท เครดิตสวิส เอจี สาขาสิงคโปร์2,004ล้านหุ้น หรือ10.10%อันดับสามState Street Bank Europe Limitedถือจำนวน990,163,934 หุ้น สัดส่วน4.99%

ขณะที่ไม่พบรายชื่อนายชำนิ จันทร์ฉาย ติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ จากในปี2557ถือจำนวน100ล้านหุ้น คิดเป็น5.45%ในปี2556ถือจำนวน100ล้านหุ้นเท่าเดิม แต่สัดส่วนการถือหุ้นเหลือ0.50%หลังจากบริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียน

นายขจรศิษฐ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทคาดว่าผลดำเนินงานในปี2559สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ จากในปี2558ขาดทุน31ล้านบาท เหตุผลที่ดีขึ้นมาจากยอดขายเหล็กที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น การบันทึกกลับสำรองลูกหนี้ ในปีนี้จะนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นมาล้างขาดทุนสะสม376ล้านบาทได้ทั้งหมด รวมถึงการเจรจาซื้อหุ้นโรงไฟฟ้า2แห่ง คาดจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าในมือราว20เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น และศึกษาการซื้อหุ้นของบริษัท ไซมิส แอสเสท ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างเตรียมการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ราวต้นปี2560

ด้านการซื้อขายหุ้นบริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR)ราคาหุ้นยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปิดที่ระดับ4.10บาท ลดลง0.12บาท หรือ2.84%คาดว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงขายหุ้นออกมาไม่หยุด

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?