
จัดระเบียบสปา ป้องแรงงานไทย
สมาพันธ์สปาไทยจี้รัฐจัดระเบียบธุรกิจสปาไทย หลังต่างชาติแห่เรียนพุ่ง-ร้านแฝงสปาพริตตี้หวั่นทำภาพลักษณ์เสียหาย
สมาพันธ์สปาไทยจี้รัฐจัดระเบียบธุรกิจสปาไทย หลังต่างชาติแห่เรียนพุ่ง-ร้านแฝงสปาพริตตี้หวั่นทำภาพลักษณ์เสียหาย
นายอภิชัย เจียรอดิศักดิ์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์สปาไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจสปาไทยที่เปิดให้บริการจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากการเติบโตควบคู่กับธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ (เวลเนส ทัวริซึ่ม) ส่งผลให้แรงงานเทอราปิสต์ (ผู้นวด) ไทยขาดแคลน และนำแรงงานต่างด้าวมาทดแทนจำนวนมาก โดยสมาพันธ์ฯ เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความเป็นไทย
ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาจัดระเบียบธุรกิจสปาให้เข้าสู่ระบบหลักเกณฑ์มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดธุรกิจสปาพริตตี้จำนวนมาก ทำให้สปาเป็นที่รังเกียจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสปาเพื่อดื่มด่ำกับศาสตร์การนวดของไทย โดยทั่วประเทศมีประมาณ 2,000 ร้านสปา ขึ้นทะเบียนจริงเพียง 500 ร้านสปา ที่กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบดูแล
นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมสปาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งวางแผนยุทธศาสตร์พร้อมกำหนดทิศทางธุรกิจสปาให้มีความชัดเจน เพราะต่างชาตินิยมใช้บริการ โดยเฉพาะภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวสัดส่วน 57% ใช้บริการสปา หากนักท่องเที่ยวทั่วประเทศจะใช้บริการสปาราว 13 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายต่อหัว 2,000 บาท/คน หรือรายได้ที่ไทยจะได้จากธุรกิจสปาจะเกิดขึ้นประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท/ปี
นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้บริหารโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) กล่าวว่า วัดโพธิ์เป็นต้นตำรับการนวดแบบไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3 ซึ่งการเร่งเติบโตที่เกิดขึ้นส่งผลต่อมาตรฐานการบริการ ภาครัฐต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก่อนที่ภาพลักษณ์ธุรกิจสปาไทยจะเสียหายในสายตาชาวต่างชาติ







