"ประสาร"ชี้การเมืองฉุดเศรษฐกิจ
อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติชี้ จีดีพีหลังจากนี้มีโอกาสโตต่ำกว่า 3.2% เพราะมีหลายปัจจัยเสี่ยง
อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติชี้ จีดีพีหลังจากนี้มีโอกาสโตต่ำกว่า 3.2% เพราะมีหลายปัจจัยเสี่ยง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีต ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันถือว่ามีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง โดยไตรมาสแรกเติบโตได้ 3.2% แต่ในระยะต่อไป ยังมีปัจจัยเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะปัจจัยในต่างประเทศ อาทิ อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป เยอรมนีอาจถูกโดดเดี่ยวจากภาคียุโรป หรือเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ส่วนในประเทศยังมีปัจจัยด้านการเมืองที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป
"เศรษฐกิจไตรมาสแรกโตได้ดี แล้วไตรมาส 2 หรือในระยะต่อไป อาจจะโตได้ไม่เท่าระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีปัจจัยมากระทบเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลที่การท่องเที่ยวอาจจะดีในไตรมาสแรกและไตรมาส 2 อาจจะไม่ได้เติบโตในระดับเดียวกัน รวมถึงปัญหาภัยแล้ง ทำให้การเติบโตลดลงบ้าง แต่โดยรวมเศรฐกิจไทยถือว่ามีประสิทธิภาพน่าจะเติบโตได้ใกล้เคียง 3%" นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ภาพรวมในขณะนี้ถือว่าไม่ได้แย่ เนื่องจากว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสามารถดำเนินได้ ต่อเนื่อง การบริโภคก็กระเตื้องขึ้น แต่จะมีด้านเดียวที่ยังไม่มาคือ การลงทุนของภาคเอกชน เพราะอาจจะรอดูยอดขายที่ยังเติบโตไม่มาก และรอดูการเปลี่ยนแปลงในประเทศด้านการเมือง เป็นต้น
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ไม่น่าห่วงเรื่องรายได้การท่องเที่ยวที่ลดลงในไตรมาส 2 เพราะเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวน้อยอยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาภัยแล้ง เพราะจะลดกำลังซื้อของคนระดับฐานราก ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 อาจโตช้า จากปัญหาการบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนแอถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาคในประเทศและอาจลากยาวไปถึงปลายปีได้ครับ
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไตรมาส 2 จะชะลอตัวลงบ้างจากปัจจัยด้านฤดูกาล แต่การท่องเที่ยวของไทยยังเป็นที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งได้ปรับคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 7-8% เป็นเติบโต 15% ในปีนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 2.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 4.3% ปัจจัยสำคัญคือการส่งออกที่คาดว่าจะติดลบ 0.7% การบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวจากหนี้สินและรายได้เกษตรกรที่ตกต่ำจากปัญหาภัยแล้ง ส่วนปัจจัยสนับสนุนคือ การท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัว ต่อเนื่อง คาดว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยว 32.4 ล้านคน







