posttoday
ชัยชนะทางปัญญา

ชัยชนะทางปัญญา

23 พฤษภาคม 2559

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

กลายเป็นข่าวดังไปแล้ว เรื่องที่นักวิจัยไทยชนะคดีบริษัท Apple ผู้ผลิตโทรศัพท์ iPhone กรณีละเมิดสิทธิบัตร “Siri” ซึ่งเป็นระบบโปรแกรมเลขาส่วนตัวอัจฉริยะ ยังมีข่าวอีกว่า Apple เตรียมจ่าย 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 850 ล้านบาทชดเชย

เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อหลายปีก่อน มีนักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยทำงานวิจัยอยู่ที่ Rensselaer Polytechnic Institute หรือ RPI ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมของอเมริกา งานวิจัยนี้เป็นจุดกำเนิดของระบบอัจฉริยะเพื่อสืบค้นข้อมูลจากการสั่งงานด้วยเสียงมนุษย์ ซึ่งต่อมามีการจดสิทธิบัตร และให้สิทธิบริษัทเอกชนนำไปพัฒนาต่อ สุดท้าย iPhone บรรจุในเครื่องรุ่นใหม่ ปัจจุบันนักวิจัยท่านนี้เป็นอาจารย์อยู่ที่วิทยาลัยนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

กรณีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ Apple จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องติดตามดู แต่เรื่องนี้ได้ตอกย้ำอีกครั้งว่า คนไทยเก่งจริง ไม่แพ้ใครในโลก โดยเฉพาะในเรื่องสติปัญญา ความสามารถในการเรียนรู้ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นต้นแบบของการพัฒนาไปใช้เชิงพาณิชย์ได้จริง

ปัจจุบัน สจล.ร่วมกับ Carnegie Mellon University (CMU) ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกด้านไอที ดิจิทัลมีเดียและคอมพิวเตอร์ มีแผนเปิดคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับโลกที่ประเทศไทย ถือว่าเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยระดับโลกพร้อมด้วยพันธมิตร จะเข้ามาสร้างคนไทยและยกระดับงานวิจัยขั้นสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมไทย

น่าแปลกที่ความสนใจของมหาวิทยาลัยระดับโลกที่จะมาอยู่เมืองไทย ไม่ใช่เกิดจากความดึงดูดของเศรษฐกิจไทยหรือประเทศไทย เพราะต้องยอมรับว่าเรายังเป็นรองสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่เป็นเพราะความเชื่อมั่นในตัว “เด็กไทย” มหาวิทยาลัยระดับโลกประทับใจความสามารถ ความเก่ง และความน่ารักของนักศึกษาชาวไทย คนไทยไม่เคยทำให้เขาผิดหวังดังนั้นจึงเชื่อว่าถ้ามาตั้งที่เมืองไทยคงได้เด็กไทยเก่งๆ มาช่วยสร้างงานวิจัยระดับโลกบนแผ่นดินไทย

น่าชื่นใจว่าประเทศไทยไม่เคยสิ้นคนเก่งคนดี เสียแต่ว่าเราละเลยคนเก่งเหล่านี้ สุดท้ายประเทศไทยจึงสูญเสียโอกาสมหาศาลในการต่อยอดพัฒนาคนเก่งให้เก่งขึ้น ตัวอย่างตัวผมเอง หลังจากจบจากเอ็มไอที พร้อมไอเดียวิจัยใหม่ๆ ล้ำยุคมาพัฒนาต่อยอดในไทย จนขอจดสิทธิบัตรที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เวลาผ่านไปเกือบสิบปี สิทธิบัตรไทยยังจดไม่เสร็จ
นักวิจัยไทยเจอแบบนี้เข้าคงถอดใจ เลิกทำงานวิจัยไป น่าเสียดายมาก

ขณะที่เกาหลีจดสิทธิบัตรมากกว่าหนึ่งแสนรายภายใน 1 ปี หรือจีนที่เร่งจดสิทธิบัตรมากถึงเกือบแปดแสนรายเมื่อปีที่แล้ว ประเทศชั้นนำของโลกทั้งอเมริกาและยุโรปให้ความสำคัญเรื่องการจัดการทรัพย์สินทางปัญญามานานกว่าศตวรรษ ทำให้เป็นผู้นำเทคโนโลยีในทุกแขนง ทั้งผลิตของขายเองได้แต่ผู้เดียว และยังขายเทคโนโลยีที่ใช้แล้วให้กับประเทศชั้นรองต่อไป ปัจจุบันแม้ประเทศจิ๋วแต่แจ๋วอย่างสิงคโปร์ พลเมืองเพียง 5 ล้านคน ยังมีการจดสิทธิบัตรเกือบ 1 หมื่นราย/ปี จึงชัดเจนว่าการแข่งขันทางทรัพย์สินทางปัญญาจะชี้ชะตาของโลกในศตวรรษที่ 21 นี้

หากคนไทยคิดจะสู้ในเวทีทางปัญญา ซึ่งคงเป็นเวทีสำคัญที่สุดต่ออนาคตไทย จึง “อยู่ที่รัฐ” ว่าจะเอาจริงในการส่งเสริมเรื่องการจดสิทธิบัตรหรือไม่เราคงไม่อยากได้ยินว่า คนไทยคิด แต่ต่างชาติจดสิทธิบัตร ต่างชาติขาย ต่างชาติรวย แต่คนไทยจนเหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน