posttoday
‘มงคล’ ฝันปั้นเอสเอ็มอี โตอย่างไร้ขีดจำกัด

‘มงคล’ ฝันปั้นเอสเอ็มอี โตอย่างไร้ขีดจำกัด

23 พฤษภาคม 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

หลังจากเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) มงคล ลีลาธรรม เพิ่งจะยอมเปิดวิสัยทัศน์ในเรื่องการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเขากล่าวถึงเป้าหมายการทำงานว่ามี 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ ทำอย่างไรให้แบงก์มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และพัฒนาระบบ ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้อยู่รอดได้ในระยะยาว

เป้าหมายที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ใช้เป็นตัวชี้วัดธนาคาร ซึ่งถือเป็น 1 ใน 7 ของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟู คือ เน้นปล่อยกู้ลูกหนี้รายย่อย รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท โดยกำหนดเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.5 หมื่นราย แม้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับยอดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบที่มีอยู่จำนวนกว่า 1.5 ล้านราย

“แต่หน้าที่ของเอสเอ็มอีแบงก์จากนี้ไป จะไม่ทำแค่เรื่องการปล่อยกู้แต่ต้องทำเรื่องการพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งการปล่อยกู้ในระดับนี้ถือว่าเหมาะสมกับจำนวนสาขาที่มีอยู่ 95 สาขา และพนักงานที่มีอยู่เพียง 1,500 คนแล้ว” มงคล กล่าว

ปัจจุบันแบ่งลูกค้าเป็น 3-4 กลุ่ม คือ ลูกค้าเอสเอ็มอีเดิมที่เอามาพัฒนาต่อ เช่น ลูกค้าที่กู้ทำผลไม้แห้ง เป็นลูกค้าแบงก์มา 4-5 ปี กิจการขยายตัวดี มีลูกค้าต่างชาติ ธนาคารเลยยื่นข้อเสนอเลิกให้กู้แต่ให้มาร่วมทุนแทน ทำให้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแล้ว และพอแบงก์เข้ามาร่วมทุนก็ส่งพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์กลายเป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี แต่มีข้อตกลงว่าต้องทำบัญชีเดียว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ มีเอสเอ็มอีที่เป็นพวกนวัตกรรม หรือสตาร์ทอัพ เป็นพวกที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ของรุ่นพ่อรุ่นแม่ได้ เช่น หมูนุ่ม ที่เอามาใส่ซองพกพาสะดวก ข้าวเกรียบหมูยอ กวยจั๊บสำเร็จรูป โดยสิ่งที่แบงก์จะต้องช่วยคือหากำลังซื้อที่อยู่ภายนอก เพราะลำพังเพียงกำลังซื้อในท้องถิ่นคงไม่พอ ต้องดึงภาคเอกชนเข้ามาเป็นภาคี มาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ หาช่องทางการทำประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย ซึ่งพบว่าการสื่อสารผ่านโซเชียลมีพลังมหาศาล ทำให้โตได้แบบไม่จำกัด หรือที่เรียว่า โตแบบ 10x แต่ผู้ประกอบการต้องจับอารมณ์ หรือความต้องการของลูกค้าเพื่อให้การทำประชาสัมพันธ์ตรงเป้าหมายได้

สำหรับแผนปล่อยสินเชื่อ คือ ต้องไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่จะได้ช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะสมัยเดิมปล่อยกู้กันที 500 ล้านบาท ก็แทบจะกลายเป็นหนี้เสียเลย แต่แนวทางการปล่อยกู้ตอนนี้ ต้องมีการพิจารณาความเสี่ยงลูกหนี้มากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียของการปล่อยกู้รายย่อย คือ เมื่อปล่อยกู้ไปสักระยะหนึ่ง กิจการลูกหนี้มีความเข้มแข็ง ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกหนี้ที่ต้องการเงินสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และขยายกิจการเพิ่มมากขึ้นกว่า 15 ล้านบาท ต้องตัดสินใจขอรีไฟแนนซ์ออกจากธนาคารไปใช้บริการธนาคารพาณิชย์

“ในแต่ละปีมีลูกหนี้ที่ขอรีไฟแนนซ์ออกไปธนาคารอื่นราว 7-10% ของพอร์ต คือเป็นวงเงินราว 7,000-1 หมื่นล้านบาท จากยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมดกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าการที่ลูกหนี้รีไฟแนนซ์ออกไปใช้บริการแบงก์พาณิชย์ได้ ถือว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์ของธนาคารในการพัฒนาผู้ประกอบการรายเล็กให้มีขนาดกลางและใหญ่” มงคล กล่าว

นอกจากนั้น ในแต่ละปีจะมีลูกค้าเอสเอ็มอีที่เข้ามาชำระหนี้คืนกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับยอดที่ขอรีไฟแนนซ์ไปอีก 7,000-1 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าธนาคารจะต้องปล่อยสินเชื่อปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท จึงเป็นที่มาของยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ที่เสนอไปในปีนี้ว่าจะปล่อยกู้ไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการคลังตั้งเป็นตัวชี้วัดว่าสินเชื่อปล่อยใหม่จะเป็นหนี้เสียได้ไม่เกิน 5%

ขณะที่เป้าหมายเรื่องการจัดโครงสร้างองค์กรให้อยู่ต่อไปได้ในระยะยาวนั้นต้องมีการพัฒนาด้านไอที เพราะทุกวันนี้ยังทำมือกันเกือบทั้งหมด ต่อไปต้องใช้ระบบออนไลน์เพื่อลดดุลพินิจพนักงาน ซึ่งธนาคารได้รับความ
ช่วยเหลือจากธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยในการเข้ามาช่วยพัฒนาระบบคอร์แบงก์กิ้ง ซึ่งจะดึงเอาสิ่งดีของแต่ละที่มา แต่จะใช้วิธีการเช่ารายเดือนเพื่อไม่ให้เป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายมากเกินไป

อย่างไรก็ดี มงคล เชื่อว่า เอสเอ็มอีแบงก์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย และสำคัญต่อผู้ประกอบการไทย จึงไม่ควรจะมาพูดเรื่องยุบรวมกิจการ แต่ควรคิดหาช่องทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้เอสเอ็มอีแบงก์สามารถอยู่ได้ เพื่อเป็นเครื่องมือรัฐบาลในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เริ่มต้นกิจการอย่างเข้มแข็งต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน