
"ธนาคารกรุงเทพ" คว้าดีลปล่อยกู้บิ๊กซี
เซ็นทรัลได้เงินกู้หมื่นล้านจากธนาคารกรุงเทพซื้อบิ๊กซีเวียดนาม เล็งเป็นฐานต่อยอดธุรกิจในเครือ คาด 3 ปีกำไร
เซ็นทรัลได้เงินกู้หมื่นล้านจากธนาคารกรุงเทพซื้อบิ๊กซีเวียดนาม เล็งเป็นฐานต่อยอดธุรกิจในเครือ คาด 3 ปีกำไร
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพได้ลงนามในเอ็มโอยูที่จะสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบบริดจ์โลนหลักหมื่นล้านบาทกับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ในประเทศเวียดนาม ในส่วนของเงินกู้ระยะยาวคาดว่าจะปล่อยกู้ในลักษณะการให้กู้ร่วม (ซินดิเคตโลน) อย่างไรก็ดีด้วยเงินกองทนของธนาคารกรุงเทพที่อยู่ในระดับสูง สามารถที่จะให้กู้ได้เพียงรายเดียวโดยไม่ติดหลักเกณฑ์เพดานการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ (ซิงเกิ้ล เลนดิ้ง ลิมิต)
นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยความคืบหน้าการซื้อกิจการบิ๊กซีในเวียดนาม ว่า ขณะนี้กลุ่มได้กู้เงินระยะสั้น 1-2 ปี (บริดจ์โลน) จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย วงเงินกว่าหมื่นล้านบาท เพื่อชำระการซื้อกิจการเวียดนามกับทางคาสิโนกรุ๊ปแล้ว จากนั้นจะเปลี่ยนวงเงินกู้ระยะสั้นเป็นระยะยาวเพื่อลดต้นทุนทางการเงินต่อไป
“การกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้ก่อนตัดสินใจขายหุ้นบิ๊กซีในประเทศไทย ดังนั้นข่าวลือที่ว่ากลุ่มเซ็นทรัลฮั้วกับกลุ่มคุณเจริญแบ่งกันซื้อธุรกิจบิ๊กซีจึงไม่เป็นความจริง ส่วนเงินที่ได้จากการขายหุ้นบิ๊กซีในประเทศไทยนั้นจะเก็บไว้เป็นเงินสดสำรอง ไม่ได้นำมาใช้” นายปริญญ์ กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับกลุ่มเหงียนคิม เข้าซื้อกิจการบิ๊กซี เวียดนาม มูลค่า 920 ล้านยูโร (ประมาณ 3.68 หมื่นล้านบาท) โดนก่อนหน้านี้กลุ่มเซ็นทรัลได้ขายหุ้นในบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ให้กับบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ทีซีซี กรุ๊ป ของกลุ่มสิริวัฒนภักดี
นายปริญญ์ กล่าวว่า การซื้อกิจการห้างสะดวกซื้อบิ๊กซีที่ประเทศเวียดนาม ยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจในเวียดนามที่มีอยู่เดิม แต่จะใช้ความรู้ความสามารถจากธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย รวมถึงการบริหารบิ๊กซีในประเทศไทยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจบิ๊กซีในเวียดนาม
ทั้งนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่มีโอกาสของธุรกิจค้าปลีกที่ค่อนข้างสูง ด้วยจำนวนประชากรที่มีมากกว่า 90 ล้านคน และจำนวนประชากรชนชั้นกลางของเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวโน้มการบริโภคในเวียดนามขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนุนธุรกิจค้าปลีกสามารถต่อยอดให้กับธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลได้ซื้อกิจการซาโลร่า (Zalora) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ที่มีฐานธุรกิจทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม รวมทั้งบริษัทลูก พาวเวอร์บาย ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ เหงียนคิม เทรดดิ้ง จอยท์ สต๊อก คอมพานี บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของเวียดนาม ซึ่งเครือข่ายทั้งหมดจะเป็นการสนับสนุนช่องทางการค้าในเวียดนาม รวมทั้งเสริมธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทในเครือ เช่น บริษัทเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี) อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวทางการเปิดห้างสรรพสินค้าในเวียดนามภายใต้แบรนด์เซ็นทรัล ยังไม่อยู่ในแผนตอนนี้ โดยขอรอดูผลของการซื้อกิจการในเวียดนามก่อน รวมทั้งติดตามปัจจัยภายนอกให้รอบคอบก่อนตัดสินใจอีกครั้ง
ทั้งนี้ คาดว่า ต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะคืนทุนและเริ่มทำกำไรในเวียดนาม เมื่อนั้นจึงจะเริ่มมองหาลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ หรือการซื้อกิจการเพิ่ม ขณะนี้ธุรกิจที่ซื้อมายังไม่มีกำไร มีการขาดทุนจากค่าเสื่อมราคา แต่มีกระแสเงินสดเป็นบวก ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
สำหรับแนวทางซื้อกิจการรูปแบบการขยายธุรกิจที่รวดเร็วกว่าการลงมือสร้างเองที่ต้องใช้เวลามาก โดยมีตัวอย่างจากธุรกิจห้างเซ็นทรัลในอินโดนีเซีย ซึ่งทำเองตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างที่ต้องติดต่อผู้รับเหมาไปจนถึงการติดต่อร้านค้า ทำให้เริ่มธุรกิจล่าช้า เพิ่งเปิดสาขาจาการ์ตาเมื่อปีที่แล้ว และเตรียมเปิดสาขาเพิ่มอีกแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้







