posttoday
ล่าชื่อฟ้องกยท. อมเงิน8พันล้าน

ล่าชื่อฟ้องกยท. อมเงิน8พันล้าน

23 พฤษภาคม 2559

คยปท.ล่ารายชื่อเกษตรกรทั่วประเทศฟ้องศาล กยท.อมเงินชดเชยกว่า 8,000 ล้านบาท

คยปท.ล่ารายชื่อเกษตรกรทั่วประเทศฟ้องศาล กยท.อมเงินชดเชยกว่า 8,000 ล้านบาท

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนปาล์มและสวนยางพาราแห่งประเทศไทย (คยปท.) และอุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง คยปท.ขอให้ในเครือข่ายแกนนำล่ารายชื่อกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศเพื่อยื่นศาลปกครองเอาผิดกับคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ยังไม่ยอมจ่ายเงินชดเชยที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำตามโครงการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรชาวสวนยางของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 จ่ายเงินชดเชยไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 15 ไร่/ราย ผ่าน กยท.

นายทศพล กล่าวอีกว่า การระดมล่ารายชื่อกลุ่มเกษตรกรเพื่อยื่นต่อศาลปกครองครั้งนี้ นอกจากจะดำเนินการฟ้องร้องให้ถึงที่สุดแล้ว ยังจะเรียกร้องให้ กยท.เร่งรัดจ่ายเงินที่คงค้างให้เร็วที่สุดอีกด้วย โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การสนับสนุนชาวสวนยางทั่วประเทศมาแล้ว 3 รอบ ซึ่งรอบแรกจ่ายเงินชดเชยไร่ละ 2,500 บาท เกษตรกรได้รับทั้งหมด ส่วนรอบที่ 2 จ่ายชดเชยไร่ละ 1,000 บาท รับไม่ได้เต็มเหลืองบประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่รอบ 3 ยังไม่ได้รับประมาณ 30-40% คิดเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท รวมทั้ง กทย.ค้างจ่าย 2 งวดรวมกว่า 8,000 ล้านบาท

“ก่อนหน้านี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้คาดโทษเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2559 ให้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่จนบัดนี้มีเกษตรกรบางส่วนยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ทำให้ร้องเรียนมายัง คยปท.เป็นจำนวนมาก ซึ่งเงินชดเชยไร่ละ 1,500 บาท ที่รัฐบาลจะต้องจ่ายให้เกษตรกรทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นล้านบาท จาก 8.5 แสนครัวเรือน ขณะนี้ยังคงค้างอยู่ประมาณ 30-40% คิดเป็นเงินกว่า 8,000 ล้านบาท”

นายเงินวสวัตติ์ ลิ่มทวีสกุล เกษตรกรชาวสวนยางพารา ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มสภาปฏิรูปวงการยางไทย จ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกในกลุ่มมีประมาณ 700 คน แต่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ละ 1,500 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ แม้แต่รายเดียว ทำให้กลุ่มสมาชิกเสียโอกาส ซึ่งปัจจุบันนี้กลุ่มสมาชิกได้ลงรายชื่อผู้ที่เสียโอกาสและส่งไปให้ คยทป.แล้ว

ด้าน นายสมพร ดียวง รองประธานเครือข่ายชาวสวนยาง อ.บางแก้ว จ.พัทลุง กล่าวว่า ปีนี้ราคายางพารามีแนวโน้มดีขึ้นเพราะยางหดหายไปจากตลาดประมาณ 60-70% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งลุกลามทั่วประเทศ ซึ่งภาคใต้เองก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งไม่แพ้กัน ทำให้ยางจะหดหายจากตลาดไปประมาณ 30-40% ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคายางปรับตัวสูงขึ้น

นายสมพงษ์ วงศ์ชิชากร เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพสวนยาง ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่องส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางลดลงเป็นอย่างมาก จึงได้พากันตัดสินใจโค่นสวนยางทิ้ง เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นทดแทนเพื่อเป็นอาชีพเสริมจุนเจือครอบครัว ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้ยางหายไปจากตลาด โดยภาพรวมเกษตรกรปลูกสวนยางจำนวน 100 ไร่ โค่นไปประมาณ 30% เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค