posttoday
มือถือหาโอกาสดันยอดฝ่าศก.ซึม

มือถือหาโอกาสดันยอดฝ่าศก.ซึม

20 พฤษภาคม 2559

อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโมบายถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องมาดีติดต่อกัน 5 ปีเพราะความต้องการสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนรับกระแส 4จี และความต้องการเทคโนโลยีของคนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโมบายถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องมาดีติดต่อกัน 5 ปีเพราะความต้องการสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนรับกระแส 4จี และความต้องการเทคโนโลยีของคนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตสูงกว่าประชากรในประเทศ แต่ช่วงต้นปีจนถึงกลางปีนี้กลับไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มกังวลแล้วว่าจะถึงจุดอิ่มตัวของตลาดสมาร์ทโฟนหรือยัง

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 ไฮเอนด์ กล่าวว่า จังหวะของวันหยุดยาวติดกันบ่อยๆ อาจจะทำให้คนไม่อยากเดินทางไกลและความต้องการเครื่องใหม่รองรับ 4จี น่าจะเป็นปัจจัยบวกให้คนอยากมาเดินที่งานแทน แต่ภาพรวมของธุรกิจไอทีในครึ่งปีแรกค่อนข้างซบ จึงไม่กล้าฟันธงมาก

“แม้ว่าจะตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,600 ล้านบาท คนเข้าชมงาน 6 แสนคน เท่ากับการจัดงานครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเป้าที่เยอะกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่เคยทำยอดขายไว้ได้เพียง 1,200 ล้านบาท แต่ด้วยจังหวะการจัดงานช่วงกลางปีแบบนี้ เราจึงไม่กล้าฟันธงว่ายอดขายจะเยอะเท่าช่วงต้นปีและกลางปีหรือไม่ เพราะไม่มีมือถือรุ่นเรือธงหรือไฮไลต์เด็ดเท่าใด รวมทั้งครึ่งปีแรกตลาดค่อนข้างซบเซา ดีลเลอร์ก็ขายของได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งครึ่งปีหลังยังถือว่าเป็นช่วงขาลง แต่แบรนด์รายใหญ่กับโอเปอเรเตอร์อยู่ได้แน่นอน” โอภาส กล่าว

โอภาส กล่าวต่อไปว่า การจัดโซนขายครั้งนี้จะเห็นแต่ละแบรนด์มีการทำเคพีไอ (KPI : เครื่องมือที่ใช้วัดผลการดำเนินงานหรือประเมินผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ขององค์กร) เพื่อเช็กภาพรวมตลาดเองด้วย เพราะทางแบรนด์อยากรู้ว่ายอดขายที่กระทบหรือลดลงนั้น เกิดจากกำลังซื้อของประชาชนหรือความสามารถในการขาย ทำให้แต่ละบูธของทุกแบรนด์ส่งมือดีมาทำตลาด เพื่อนำไปประเมินและปรับกลยุทธ์ในระยะยาว

วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ในมุมของซัมซุงการขายรุ่นเรือธงอย่างกาแล็คซี่เอส 7 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีทิศทางที่ดีกว่ารุ่นเดิมถึง 30-40% เมื่อเทียบกับจังหวะเดียวกันของการเปิดตัวรุ่นใหม่ ซึ่งซัมซุงพยายามที่จะออกรุ่นใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับตลาด

“ไม่ใช่รุ่นเรือธงที่ขายดี แต่ตลาดระดับกลางถึงล่างอย่างรุ่นเจ 2 หรือรุ่นที่ราคาต่ำกว่า 5,000 บาทนั้น มีกระแสตอบรับที่ดีมากมีส่วนแบ่งเกิน 50% ของตลาดภาพรวมสมาร์ทโฟน ซึ่งรวมกับรุ่นของโอเปอเรเตอร์ด้วย โดยตัวผมเองมองว่าภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์ ทุกราคารวมกันนั้นน่าจะทำได้ประมาณ 15-18 ล้านเครื่อง ทั้งในเชิงมูลค่าและยอดขายไม่น่าจะต่างกันมาก” วิชัย กล่าว

วิชัย กล่าวว่า จำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีกว่า 40 ล้านคน ก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิมที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียและสมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว ทำให้ภาพรวมตลาดค่อนข้างนิ่ง เพราะจำนวนเบอร์ก็เกินจำนวนคนไปแล้ว 20-30% ทำให้ความต้องการเครื่องใหม่ไม่สั้นเหมือนเดิมอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 18-24 เดือน ทำให้ซัมซุงเองต้องหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีสำหรับอนาคตที่ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน

ทางด้าน ไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อถือว่าปานกลาง เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีหรือปลายปี แม้บริษัทจะมีสินค้าขายเกือบครบทุกแบรนด์แต่บริษัทก็ต้องหาโอกาสใหม่ๆ เสมอ เพราะตั้งแต่ต้นปีมาตลาดโมบายไม่คึกคักเหมือนเดิม

“ปัจจัยเรื่องของ 4จี แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าทั่วไปที่มีเครื่อง 3จี อยู่แล้วไม่ได้รีบเร่งที่จะเปลี่ยนมาใช้เครื่อง 4จี กับลูกค้ากลุ่มที่ใช้งาน 2จี ก็ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้ 4จี ทำให้ต้องหากลยุทธ์ด้วยการจับมือโอเปอเรเตอร์ เพื่อพัฒนาระบบการขายใหม่ๆ ให้รองรับความต้องการของตลาดมากขึ้น เช่น ลูกค้าซื้อเครื่องต้องการแพ็กเกจใหม่ก็สามารถเช็กกับโอเปอเรเตอร์และให้ส่วนลดค่าเครื่องถือว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะทำให้ช่วยขายเครื่องดีขึ้นและโอเปอเรเตอร์ก็ขายแพ็กเกจได้ด้วย” ไพโรจน์ กล่าว

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ไพโรจน์ ประเมินว่าการขยายโครงข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นของทั้ง 3 โอเปอเรเตอร์ จะช่วยให้ไตรมาส 3-4 ของปีนี้ มีทิศทางที่ดีขึ้น และปีหน้าตลาดสมาร์ทโฟนจะกลับมามีแนวโน้มที่ดีเช่นเดิม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน