
ยืดเวลาให้โลก
อากาศที่ร้อนแล้ง ซึ่งทำให้เกิด Peak ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ผ่านมา ทำให้เราต่างเห็นคุณค่าของ “ฤดูฝน” ที่กำลังจะมาถึง
อากาศที่ร้อนแล้ง ซึ่งทำให้เกิด Peak ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ผ่านมา ทำให้เราต่างเห็นคุณค่าของ “ฤดูฝน” ที่กำลังจะมาถึง
ทุกวันนี้เราต่างรู้ว่าความแปรปรวนของฤดูกาล และผลกระทบต่างๆ จาก “สภาวะโลกร้อน” กำลังสร้างปัญหาต่อ “โลก” มากขึ้นทุกที
การประชุมและลงนามเพื่อความร่วมมือของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในมติ “ข้อตกลงปารีส” แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวต่อปัญหาโลกร้อน หรืออุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่มนุษย์ทุกชาติพันธุ์และทุกภาคส่วนทั่วทั้งโลก ต้องให้ความสนใจและร่วมกันรณรงค์เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหานี้ เพราะโลกได้รับผลกระทบที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตแล้ว
ก่อนหน้านี้ ประเทศยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมของตนมานานนับหลายร้อยปีแล้ว จะตระหนักดีในการที่เป็นต้นเหตุของปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และมีท่าทีว่าจะพยายามหาทางแก้ไขในเรื่องนี้อยู่
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่ความพยายามเท่านั้น โดยยังไม่เห็นวี่แววของความสำเร็จเลย
เนื่องจากประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ยักษ์หลายๆ ประเทศ มักมองแต่ความสำคัญในระบบเศรษฐกิจของตัวเองเป็นหลัก ยิ่งกว่าความพยายามในการแก้ไขเพื่อให้เกิดการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงลง หรือเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพราะต้องกระทบต่อกำลังการผลิต และเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อสถานะทางเศรษฐกิจของตนอย่างมาก
ยิ่งเมื่อเกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำกันไปทั่วโลกด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นข้ออ้างที่แต่ละประเทศต้องขอประวิงเวลาในการแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนออกไปอีกโดยปริยาย โดยต้องขอเวลาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นั่นก็คือการฟื้นคืนสภาพเศรษฐกิจให้กลับมาได้ดังเดิมเสียก่อน
โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าข้อตกลงที่ต้องให้แต่ละประเทศลดใช้พลังงาน จะยิ่งเป็นการโจมตีสภาพเศรษฐกิจให้ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะจะต้องมีการเลิกจ้างงาน และลดปริมาณการบริโภคลงตามไปด้วย ซึ่งทำให้โรงงานต่างๆ อาจต้องทยอยปิดตัวลงไปอีก จากที่ต้องปิดตัวกันมากมายเพราะพิษเศรษฐกิจถดถอยมานานแล้ว
การควบคุมและป้องกันด้วยการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่นิยมดำเนินการกันนั้น มีตั้งแต่วิธีง่ายๆ ไปจนถึงวิธีที่ใช้เทคนิควิทยาการขั้นสูง อาทิ การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง การปลูกต้นไม้ การใช้เครื่องมือกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ การเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง การนำระบบพลังงานหมุนเวียนมาใช้ การใช้พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง การลดปริมาณก๊าซมีเทนและไนทรัสออกไซด์ การรณรงค์ให้รัฐบาลเรียกเก็บภาษีคาร์บอนกับภาคการผลิตตามอัตราการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือการใช้ก๊าซโซลีนเป็นรูปแบบการใช้ภาษีทางตรง การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานการใช้พลังงานทางเลือก และการซื้อแลกการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ เป็นต้น
ความสำคัญในวันนี้ก็คือ การยืดอายุเวลาให้โลกได้พลิกฟื้นตัวเองด้วย การร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโลกสะอาดให้เกิดขึ้น ดีกว่าการตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตสบายๆ แต่ทำร้ายโลกไปเรื่อยๆ ครับผม!







