
เครดิตสวิสรุกจับกลุ่มเจ้าสัว
เครดิต สวิส รุกธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเจ้าสัวไทย กล่อมลงทุนต่างประเทศได้ผลตอบแทนสูง
เครดิต สวิส รุกธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเจ้าสัวไทย กล่อมลงทุนต่างประเทศได้ผลตอบแทนสูง
นายฟรานเซสโก เดอ เฟอรารี กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ ไพรเวทแบงก์กิ้ง ประจำภูมิภาคเอเชีย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครดิต สวิส เปิดเผยว่า เครดิต สวิส ได้เปิดตัวบริการบริหารความมั่งคั่งในไทยเป็นครั้งแรก ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จากเดิมที่ให้บริการด้านวาณิชธนกิจไทยอยู่แล้ว แต่จะขยับมาทำธุรกิจไพรเวท แบงก์กิ้ง และเป็นผู้จัดการบริการความมั่งคั่งในไทยเพิ่มเติม เพื่อจับกลุ่มลูกค้าในไทยที่ปัจจุบันมีความมั่งคั่งใกล้เคียงกับเกาหลีใต้ สิงคโปร์
ทั้งนี้ ผลสำรวจของ Asia Pacific Wealth Report ในปี 2558 พบว่า ในไทยมีนักลงทุนรายใหญ่ที่มีสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาทขึ้นไป ถึง 9.1 หมื่นคน ถือครองทรัพย์สินรวมถึง 4.56 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 16 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ รายงาน Global Wealth Report ของเครดิต สวิส ในปี 2558 ยังพบว่ากลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท มีจำนวนถึง 340 คน โดย 66% ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสูงกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นธุรกิจครอบครัว หรือครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาดรวม
นายคริสเตียน เซนน์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มการตลาดประจำประเทศไทย ส่วนธุรกิจ ไพรเวท แบงก์กิ้ง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า เครดิต สวิส จะเน้นจับกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ ลูกค้าบุคคลขนาดใหญ่หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สินทรัพย์มากกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 70 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่มลูกค้าธุรกิจผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีสินทรัพย์ทางการเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,800 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจรุ่นแรกหรือรุ่นที่สองที่เข้ามาบริหารธุรกิจของครอบครัว
“บริษัทจะใช้จุดเด่นที่มีประสบการณ์มานาน มีความเชี่ยวชาญ มีโซลูชั่น และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ในการช่วยลูกค้าบริหารความมั่งคั่ง นำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยมุ่งสถาบันครอบครัว เพราะนักลงทุนหรือเจ้าสัวไทยยังมีจุดอ่อน มีลักษณะอนุรักษนิยม มักลงทุนในประเทศที่ได้ผลตอบแทนต่ำ เช่น ฝากประจำ เป็นต้น ให้สามารถออกไปลงทุนหาผลตอบแทนในต่างประเทศ หาผลตอบแทนที่สูงกว่า และกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น” นายคริสเตียน กล่าว







