
นิคมฯดิ่งการลงทุนซบ
ไตรมาสแรกกำไรกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทรุด ยอดขายที่ดินร่วงทั้งอมตะ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนวนครอาการหนักถึงขั้นขาดทุน
ไตรมาสแรกกำไรกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทรุด ยอดขายที่ดินร่วงทั้งอมตะ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนวนครอาการหนักถึงขั้นขาดทุน
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ออกมาย่ำแย่ ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมลดลง บริษัทที่ผลงานออกมาย่ำแย่ที่สุดคือ บริษัท นวนคร (NNCL) ที่นางมลฤดี สุขพันธรัชต์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินแจ้งว่า ขาดทุนสุทธิ 7.1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 35 ล้านบาท เนื่องมาจากรายได้จากการขายโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้บริการและรายได้ค่าเช่าลดลง 45% เหลือ 146 ล้านบาท ตามภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซาส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น 48 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 112 ล้านบาท
บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย 3 ล้านบาท ลดลง 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 58 ล้านบาท ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 57 ล้านบาท ดังนั้นฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าดำเนินนโยบายในการบริหารจัดการลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมทั้งหมดอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน
นอกจากนั้น บริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร (NNEG) ที่ NNCL ถือหุ้น 30% ยังขาดทุน 52 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานช่วงก่อนการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ 22.3 ล้านบาท และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนทางบัญชีที่เกิดจากการบันทึกรายการค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 21 ทำให้ขาดทุนทางบัญชี 52 ล้านบาท
“บริษัทนำเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานและเงินรับจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเมื่อปลายปี 2558 มาจ่ายหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย หนี้จากการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยการออกตั๋วแลกเงิน ซึ่งเป็นเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ต้นทุนต่ำกว่าเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินรวมทั้งการสะสมเงินลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันกับบริษัทผลิตไฟฟ้านวนคร”
นายจักก์ชัย พานิชพัฒน์ กรรมการบริษัท อมตะคอร์ปอเรชัน (AMATA) มีผลประกอบการย่ำแย่รองลงมาคือ ไตรมาสแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท ลดลง 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง แม้ว่าผลประกอบการของรายได้ค่าสาธารณูปโภคยังเติบโตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รายได้ไตรมาสแรกเท่ากับ 807 ล้านบาท ลดลง 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหา ริมทรัพย์ 253 ล้านบาท ลดลง 62% ขณะที่มีรายได้ค่าสาธารณูปโภค 411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้ค่าเช่า 123 ล้านบาท ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
น.ส.ผ่องศรี สุนัยยศ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) แจ้งว่าไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไร 112 ล้านบาท ลดลง 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากรายได้จากการขายที่ดินลดลง 74% เนื่องมาจากลูกค้ายังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้ายและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงเนื่องจากมีการลดกำลังการผลิตบางส่วน เพื่อปรับสายการผลิตของบริษัท โรจนะเพาเวอร์ และบริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี ที่ดำเนินการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ทั้งนี้ แม้ว่ารายได้ค่าบริการและค่าเช่าจะเพิ่มขึ้น 170% เพราะลูกค้าเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการใช้น้ำ เพื่ออุตสาหกรรมมากขึ้นและรับรู้รายได้ส่วนนี้จากบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ที่มีการให้เช่าโรงงานและพื้นที่เพื่อทำคลังสินค้า
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระพัฒนสิน มีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย ต่อรายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ของ AMATA ที่ 80 ล้านบาท ที่นับเป็นกำไรที่ต่ำกว่านักวิเคราะห์ในตลาดคาดราว 38% คาดมาจากส่วนแบ่งกำไรน้อยกว่าคาดและค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด โดยการลดลงจากรายได้ขายที่ดินที่ลดลงตามการโอนที่ดิน
อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1,421 ล้านบาท เพิ่ม 17% จากปี 2558 และมองว่าภาพกำไรจะกลับมาสดใสในครึ่งหลังปีนี้ จึงแนะนำให้ซื้อและให้ราคาเป้าหมาย 18.80 บาท/หุ้น โดยคงมุมมองธุรกิจของ AMATA จะเติบโตโดดเด่นในปีนี้และปีหน้าทั้งในส่วนของธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ (เวียดนาม)







