
สื่อนอกบ้านแพงรอย่อ
กูรูแนะยังไม่ใช่เวลาซื้อหุ้นสื่อ ถ้าสนใจโฆษณานอกบ้านยังพอเห็นกำไรระยะยาว เน้น PLANB มากกว่า VGI
กูรูแนะยังไม่ใช่เวลาซื้อหุ้นสื่อ ถ้าสนใจโฆษณานอกบ้านยังพอเห็นกำไรระยะยาว เน้น PLANB มากกว่า VGI
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้กลุ่มมีเดียไม่ใช่จังหวะของการลงทุน เศรษฐกิจชะลอ การใช้งบโฆษณาลดลง ปกติไตรมาสแรกอาจจะไม่ใช่ฤดูกาลหุ้นกลุ่มมีเดีย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับทีวีดิจิทัล แต่ที่จะพอได้ประโยชน์คือกลุ่มสื่อประเภทกลางแจ้งหรือนอกบ้าน แต่ส่วนใหญ่ราคาหุ้นก็สะท้อนปัจจัยพื้นฐานแล้ว หากสนใจแนะนำหุ้นบริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB) มากกว่า บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) เพียงแต่ต้องรอให้ราคาหุ้นปรับลงมาก่อนระยะหนึ่ง มองว่ามีโอกาสที่จะทำกำไรจากราคาหุ้นได้มากกว่า เพราะ VGI ยังถูกกดดันจากกรณีที่ไม่โฆษณาในห้างค้าปลีก
อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนยังสนใจกลุ่มทีวีดิจิทัล แนะนำ บริษัท อาร์เอส (RS) เนื่องจากผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวจากที่ผ่านมาผันผวน หลังจากพยายามควบคุมค่าใช้จ่าย การบริหารเป้าหมายโฆษณาก็สามารถขายโฆษณาไปแล้วกว่า 60% คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะดีขึ้นเพราะค่าใช้จ่ายลดลง และบริษัทเตรียมที่จะดำเนินการธุรกิจใหม่เพิ่ม
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย กล่าวว่า กลุ่มมีเดียอาจไม่ใช่จังหวะการลงทุนในช่วงนี้ แม้ว่างบโฆษณาในเดือน มี.ค. จะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ถ้าแนะนำก็เน้น RS เพราะราคาหุ้นลงไปมาก และที่ผ่านมาก็พยายามปรับตัวการบริหาร ทำให้ต้นทุนถูกลงและมีการต่อยอดทำธุรกิจใหม่เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม
สำหรับสื่อนอกบ้านก็แนะนำลงทุนเพราะยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ PLANB ปีนี้จะเห็นผลจากการขยายธุรกิจมีพันธมิตรในปีที่ผ่านมา เพื่อรับงานวางสื่อโฆษณาได้มากขึ้น ทำให้มีการกระจายรายได้หลากหลายมากขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังไม่รวมงานใหม่ที่เพิ่งได้มาเมื่อต้นปีที่จะรองรับการเติบโตในอนาคต หากเทียบกับ VGI ที่ต้องรับจากที่สูญเสียการทำสื่อในโมเดิร์นเทรดไป และต้องติดตามการดำเนินงานหลังจากควบรวมกิจการกับ บริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO)
อย่างไรก็ดี อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ของทั้ง PLANB และ VGI ปรับขึ้นมาสูงกว่า 30 เท่าเช่นกัน แต่กำไรสุทธิต่อหุ้นในอนาคต PLANB คาดว่าจะมีการเติบโตที่มากกว่า ถ้าหากราคามีการย่อลงมา ถือว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมเพื่อถือลงทุนในระยะกลางถึงยาวได้
ด้านผลประกอบการประจำปีของ VGI สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2559 มีกำไรสุทธิ 940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท หรือเติบโต 12.30% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ 837 ล้านบาทในปีก่อน ส่วน PLANB ไตรมาส 1/2559 มีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาท ดีขึ้น 7 ล้านบาท หรือ 12.96% จากกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท







