
เติมเงินเกษตร3หมื่นล.
เล็งชง ครม.เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรปลูกพืชฤดูใหม่ เบื้องต้นเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3 หมื่นล้าน
เล็งชง ครม.เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรปลูกพืชฤดูใหม่ เบื้องต้นเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3 หมื่นล้าน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือน พ.ค.นี้ กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านปัจจัยการผลิต ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงจนเกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีรายได้หรือสภาพคล่องเพียงพอที่จะนำมาเป็นทุนในการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ กระทรวงจึงจะมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะช่วยเหลือเป็นการให้ปัจจัยการผลิตหรือเป็นการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร 3-5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% โดยรัฐบาลจะเข้าไปชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เสนอให้ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ให้เกษตรกรในอัตราดอกเบี้ย 0% และให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกรทั้งหมด เนื่องจากฤดูแล้งที่ผ่านมาเกษตรกรแทบไม่มีรายได้เลย
นายวัชระพันธุ์ จันทรขจร เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ มีมติให้เสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติงบกลางปีงบ 2559 วงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับใช้ในการแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยจะเสนอ ครม.เห็นชอบภายในเดือน พ.ค.นี้
ทั้งนี้ งบที่จะเสนอขอรับจัดสรรจะนำไปช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในแผนการจัดการหนี้ 1.94 หมื่นราย แบ่งเป็น ลูกหนี้ของสหกรณ์ 3,025 ราย 553 ล้านบาท ลูกหนี้ ธ.ก.ส. 1.61 หมื่นราย 2,176 ล้านบาท และลูกหนี้ธนาคาร
กรุงไทย 88 ราย 63 ล้านบาท เป็นต้น
นายวัชระพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูฯ มีสมาชิก 5.7 ล้านคน และได้เข้ามาขึ้นทะเบียนหนี้ 5 แสนราย หนี้สินรวม 8-9 หมื่นล้านบาท และก่อนหน้านี้กองทุนฯ เข้ารับซื้อหนี้จากเกษตรกรมาบริหาร 3 หมื่นราย 5,800 ล้านบาท
“นอกจากซื้อหนี้มาบริหารแล้ว กองทุนจะเข้าไปตัดวงจรหนี้เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ใหม่ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ดีขึ้น และภัยแล้งที่เข้ามาซ้ำเติมจนเกษตรกรไม่สามารถทำนาได้ ส่งผลให้แนวโน้มหนี้สินเกษตรกรเพิ่มขึ้น” นายวัชระพันธุ์ กล่าว







