
"ราชบุรีโฮลดิ้ง"ปรับกลยุทธ์รับราคาพลังงานเน้นลงทุนเหมาะสม
"ราชบุรีโฮลดิ้ง" เตรียมทบทวนแผนกลยุทธ์ รองรับการแข่งขันหลังทิศทางราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลง หวังกำหนดทิศทางการลงทุนให้เหมาะสม
"ราชบุรีโฮลดิ้ง" เตรียมทบทวนแผนกลยุทธ์ รองรับการแข่งขันหลังทิศทางราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลง หวังกำหนดทิศทางการลงทุนให้เหมาะสม
นายรัมย์ เหราปัตย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนทบทวนปรับกลยุทธ์เป้าหมายขององค์กรใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ทิศทางการลงทุนเหมาะสม เนื่องจากแผนดังกล่าวใช้มาแล้ว 3 ปี ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานต่างๆได้เปลี่ยนไปโดยเฉพาะราคาน้ำมันตลาดโลกที่เคยใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแต่ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ระดับ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมที่ 9,700 เมกะวัตต์ ก็ต้องมาพิจารณากันว่าจะปรับลดลงหรือปรับเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาควบคู่ไปกับ สถานการณ์ทางการเงิน ราคาเชื้อเพลิง และโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับการแข่งขันในธุรกิจพลังงานเปลี่ยนแปลงมาก
อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในปีนี้จะให้ความสำคัญกับ 5 งานหลัก ได้แก่
1.การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลัก คือโรงไฟฟ้าราชบุรี และไตรเอนเนอจี้ ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 4,345 เมกะวัตต์ คิดเป็น 64% ของกำลังติดตั้งรวม
2.การติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานของกิจการร่วมทุน (ถือหุ้นน้อยกว่า 50%) เพื่อให้มั่นใจว่ารายได้จากส่วนแบ่งกำไรเป็นไปตามที่ประมาณการไว้
3.เร่งรัดและติดตามโครงการที่กำลังก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น
4.ทบทวนและปรับแผนกลยุทธ์และเป้าหมายให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
5.ศึกษาโครงการใหม่ที่มีอยู่ในมือให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมพร้อมลงทุนทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ ซึ่งได้เร่งดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว โครงการส่วนใหญ่เป็นประเภทกรีนฟิลด์ได้แก่ โครงการพลังงานลม และแสงอาทิตย์ในออสเตรเลีย โครงการพลังน้ำใน สปป. ลาว โครงการชีวมวล และโครงการผลิตไฟฟ้านวนคร เฟสที่ 2 ในไทย เป็นต้น
"การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังแข็งแกร่งและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการที่ลงทุนแล้วในปัจจุบันมีกำลังผลิตรวม 390 เมกะวัตต์ จะทยอยสร้างรายได้เพิ่มให้บริษัทฯ จนถึงปี 2562 และจะทำให้กำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 6,810 เมกะวัตต์ จากปีนี้ที่ 6,416 เมกะวัตต์ ถึงกระนั้น บริษัทฯ ยังมุ่งแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม โดยขยายโอกาสไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านพลังงานและกระจายไปยังธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่พลังงาน ซึ่งกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในหลายประเภทธุรกิจ โดยจะเน้นในประเทศเป็นลำดับแรก"นายรัมย์ กล่าว
ที่มาของภาพ http://www.ratch.co.th/th/home







