
ทันสถานการณ์
เก็บเงินเข้ากองทุน กทปส.แบบขั้นบันได
เก็บเงินเข้ากองทุน กทปส.แบบขั้นบันได
ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 10 พ.ค. เห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดเก็บเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ใน 3 ข้อ คือ 1.การจัดเก็บเงินเข้ากองทุนให้ใช้อัตราการจัดเก็บแบบขั้นบันได เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน 2.ประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลทันทีนับตั้งแต่วันที่ออกประกาศ แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง และ 3.กรณีผู้ที่ได้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการโครงข่ายรายใดที่ทำหน้าที่และดำเนินการตามกฎมัสต์แครี่ (Must Carry) ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาหักลดหย่อนเงินนำส่งเข้ากองทุนได้
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. และคณะอนุกรรมการในแต่ละด้านจะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นกรอบร่างหลักเกณฑ์ แล้วนำกลับมาเสนอบอร์ด กสท.พิจารณาอีกครั้ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีตรวจพบว่าสถานีวิทยุกระจายเสียงรักเชียงใหม่ 51 คลื่นความถี่ 92.50 MHz ออกอากาศด้วยเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 ฉบับ 103/2557 ฉบับ 97/2557 และมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยคณะกรรมการเห็นว่าการออกอากาศดังกล่าวขัดต่อคำสั่ง คสช.จริง จึงได้ออกคำสั่งเตือนและหากยังฝ่าฝืนอีกจะพักใช้ใบอนุญาต
ไฟเขียวเว้นภาษีคนรวยโอนอสังหาฯ ให้บุตร
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่องมาตรการปรับปรุงการยกเว้นเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ผู้ที่โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรตามกฎหมายไม่รวมบุตรบุญธรรมในมูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีต่อบุตรหนึ่งคน ไม่ต้องถือเป็นผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ ขณะที่การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ภาษีจากการรับมรดก ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา







