posttoday
เปิดตัวอีทีเอฟอิงMSCIหุ้นไทย

เปิดตัวอีทีเอฟอิงMSCIหุ้นไทย

11 พฤษภาคม 2559

บลจ.บางกอกแคปปิตอล ตั้งเป้าผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่ พร้อมเปิดตัวกองทุนรวมกองแรกอิงดัชนี MSCI หุ้นไทย

บลจ.บางกอกแคปปิตอล ตั้งเป้าผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่ พร้อมเปิดตัวกองทุนรวมกองแรกอิงดัชนี MSCI หุ้นไทย

นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล (BCAP) เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดตัวเป็นทางการหลังจากรับโอนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง มาจัดตั้งบริษัทเมื่อเดือน พ.ค. 2557 และเริ่มประกอบธุรกิจต้นปี 2558 ภายใต้ใบอนุญาตจัดการกองทุนเต็มรูปแบบ

“บล.บัวหลวง มีประสบการณ์และดำเนินธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาตั้งแต่ปี 2544
จึงพร้อมขยายธุรกิจกองทุนรวม หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันธุรกิจจัดการกองทุนภายใต้กลุ่มของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น BCAP สัดส่วน 99.89% ผ่านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง” นางเมธ์วดี กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพมี บลจ.บัวหลวง ซึ่งเป็นบริษัทลูกดำเนินธุรกิจจัดการกองทุนอยู่แล้ว แต่กลยุทธ์ของ BCAP จะไม่เหมือนกับ บลจ.บัวหลวง และกลุ่มลูกค้าจะไม่ซ้ำซ้อนกัน อีกทั้งการออกกองทุนจะแตกต่างจาก บลจ.บัวหลวง และ บลจ.อื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าจัดสรรพอร์ตการลงทุนได้ โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ที่หลากหลายในทุกด้านและเน้นออกกองทุน Passive หรือกลยุทธ์เชิงรับ ผลตอบแทนตามดัชนี แต่ใช้บริหารจัดการในเชิงรุก (Active) สำหรับการจัดพอร์ต

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล 9,000 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  9,200 ล้านบาท มีสัดส่วนลูกค้าสถาบัน 85% และลูกค้าบุคคล 15% โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2561 เอยูเอ็มจะเติบโต 2 เท่า หรือมีสินทรัพย์แตะ 3.6 หมื่นล้านบาท โดยมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น ส่วนปีนี้จะเติบโตจากกองทุนรวมเป็นหลัก

นางเมธ์วดี กล่าวว่า ในปีนี้มีแผนออกกองทุนใหม่ 2-3 กอง โดยกองทุนแรกคือ กองทุน BCAP MSCI Thailand ETF (BMSCITH) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เปิดขายครั้งแรกวันที่ 16-27 พ.ค. 2559 ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ และบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ลงทุนขั้นต่ำ 2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่นักลงทุนซื้อขายระหว่างวันในตลาดหลักทรัพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2559 และปลายปีมีแผนออกกองทุนที่ลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก

“เราออกกองทุนนี้เป็นกองแรกสำหรับนักลงทุนทั่วไป เพราะต้องการตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวในหุ้นในประเทศ แต่ไม่มีเวลา ไม่มีประสบการณ์ที่จะเลือกหุ้นหรือกองทุนเพื่อใช้ในการออม อีกทั้งกองทุนอีทีเอฟมีค่าธรรมเนียมต่ำ สามารถทยอยซื้อและถือลงทุนได้ระยะยาว ซึ่งจากสถิติพบว่าการลงทุนในหุ้นยิ่งนาน ผลตอบแทนยิ่งดีขึ้น” นางเมธ์วดี กล่าว

สำหรับนโยบายของกองทุนจะลงทุนหุ้นไทยอ้างอิงดัชนี MSCI Thailand ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 29 บริษัท มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 85% ของตลาดรวม อีกทั้งมีสภาพคล่องสูงและเป็นบริษัทผู้นำธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมในประเทศ เหมาะกับลงทุนระยะยาว 3-5 ปี และคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 7-10% ต่อปี

นางเมธ์วดี คาดว่ากองทุนนี้จะได้รับความสนใจ ซึ่งที่ผ่านมาได้โรดโชว์นักลงทุนสถาบันและต่างชาติ อีกทั้งมีผู้ดูแลสภาพคล่องคือบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงรายเดียว รวมทั้งเชื่อว่าการสร้างผลตอบแทนของกองทุนจะห่างจากดัชนีอ้างอิงไม่ถึง 0.5% ขณะที่ในตลาดอยู่ที่ 1% จึงเป็นเหตุให้กองทุนอีทีเอฟไม่ได้รับความนิยม รวมถึงขนาดกองทุนไม่ใหญ่พอ ทำให้สภาพคล่องน้อย และช่องทางจำหน่ายอาจมี
ไม่มากพอ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน