
รับอุปกรณ์ความปลอดภัยโตแรง
ความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศไทยอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความคิดที่ว่าโอกาสการเกิดภัยไม่คาดฝันนั้นมีน้อย ทำให้ละเลยในการซื้ออุปกรณ์สำหรับการป้องกันภัยในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งกระแสโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์คลิปภัยอันตรายต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นผู้บริโภคให้ใส่ใจด้านความปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วย
ความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศไทยอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความคิดที่ว่าโอกาสการเกิดภัยไม่คาดฝันนั้นมีน้อย ทำให้ละเลยในการซื้ออุปกรณ์สำหรับการป้องกันภัยในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งกระแสโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์คลิปภัยอันตรายต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นผู้บริโภคให้ใส่ใจด้านความปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วย
ชัยยงค์ อิสริยเมธีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรซีเคียว ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบวงจร กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาตลาดสินค้าด้านความปลอดภัยอยู่ในกลุ่มของลูกค้าระดับองค์กรเป็นส่วนมาก ขณะที่กลุ่มบ้านพักอาศัยถือเป็นเพียงส่วนน้อยของตลาดเท่านั้น แต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้ 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดบ้านพักอาศัยเริ่มขยายตัวจากการตื่นตัวของผู้บริโภค และมีการแข่งขันรุนแรงจากผู้ประกอบการที่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น
ภาพรวมตลาดสินค้าด้านความปลอดภัยในปี 2558 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น กล้องวงจรปิด 7,000 ล้านบาท อุปกรณ์ควบคุมการเข้า-ออก 2,000 ล้านบาท อุปกรณ์กันขโมย 1,000 ล้านบาท ระบบป้องกันอัคคีภัย 2,000 ล้านบาท อุปกรณ์ดับเพลิง 2,000 ล้านบาท และระบบป้องกันอัคคีภัยแบบอัตโนมัติ 1,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยตลาดรวมจะมีอัตราเติบโตอย่างน้อย 10% ทุกปี
ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตดีตลาดหนึ่งในไม่กี่ตลาดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่ที่เพิ่งเติบโตจึงได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ประกอบการสินค้าด้านความปลอดภัยที่มองเห็นศักยภาพจึงเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง
สำหรับบริษัทเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านความปลอดภัยกว่า 12 แบรนด์ มานานกว่า 10 ปี โดยที่ผ่านมาทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายมาโดยตลอด แต่ในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงบริษัทจึงมีแนวคิดในการสร้างแบรนด์ “โปรซีเคียว” (ProSecure) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยความร่วมมือระหว่างผู้แทนจำหน่ายและโปรซีเคียว เปิดศูนย์รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย ภายใต้ชื่อร้าน “โปรซีเคียว” โดยมีรูปแบบการบริหารงานมอบสิทธิการจัดจำหน่ายในลักษณะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันร้านโปรซีเคียว เปิดให้บริการแล้วจำนวน 30 สาขา มีเป้าหมายขยายเพิ่มขึ้นเป็น 60 สาขา ใช้เงินลงทุนมูลค่า 120 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการทั่วประเทศ โดยจุดแข็งสำคัญของร้านอยู่ที่ความหลากหลายของประเภทสินค้า ความหลากหลายของแบรนด์ในหลายระดับราคา สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุม รวมถึงบริการหลังการขายที่มีการรับประกันผลงานหลังการติดตั้งพร้อมบริการตรวจเช็กฟรี 1 ปี และการซ่อมหรือการเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่ได้ตลอดอายุประกัน
นอกจากนี้ กลยุทธ์หลักของบริษัทมี 2 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การสร้างแบรนด์ เพื่อเจาะตลาดงานด้านอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกอาคารในทุกกลุ่ม และการสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสนับสนุนให้ตัวแทนจำหน่ายนำเสนอสู่ผู้บริโภคด้วยมาตรฐานการให้บริการระดับเดียวกันและระดับราคาเดียวกันทั่วประเทศ
บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายปีนี้อยู่ที่ 500 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นราว 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 340 ล้านบาท จากผู้บริโภคกลุ่มบ้านพักอาศัยที่มีปริมาณความต้องการมากขึ้น โดยในปีนี้บริษัทได้ใช้งบมูลค่า 30 ล้านบาท ในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านแคมเปญที่ชื่อว่า “ฮีโร่ โปรซีเคียว” โดยมี เวียร์ ศุกลวัฒน์ เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคและประชาชนชาวไทยตระหนักมากยิ่งขึ้น
“ถึงแม้ในความคิดผู้บริโภคจะมองว่าโอกาสในการเกิดภัยอันตรายต่างๆ จะมีน้อย แต่เชื่อเถอะว่าหากเกิดขึ้นและไม่สามารถป้องกันได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นคงยากเกินที่จะรับไหวแน่นอน” ชัยยงค์ กล่าวทิ้งท้าย







