
สภาพัฒน์ดัน6ยุทธศาสตร์แผน11
เน้นลดเหลื่อมล้ำทางสังคม/สู่สังคมการเรียนรู้/เศรษฐกิจสร้างสรรค์
โพสต์ทูเดย์
— สศช. เปิด 6 ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 เน้นความเหลื่อมล้ำในสังคมนายอำพน กิตติอำพน เลขา ธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 มี 6 ข้อประกอบด้วย 1.การสร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยลดความขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองได้ เช่น เรื่องโครงสร้างภาษีที่ไม่เป็นธรรม การถือครองสินทรัพย์ที่ไม่เป็นธรรม
2.การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
3.การสร้างความสมดุลและมั่นคงของอาหารและพลังงาน
4.การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์
5.การสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่มบทบาทไทยในเวทีโลก
6.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายอำพน กล่าวว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวก็เนื่องจากพบว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่เกิดจากกลไกภาครัฐอ่อนแอ โครงสร้างเศรษฐกิจไม่สามารถรองรับการเติบโตที่ยั่งยืน แม้เชื่อว่าปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท และในครึ่งแรกของปีที่ผ่านมาสามารถโตเป็นบวกได้ถึง 2 หลัก จากปีก่อนที่ติดลบ
ขณะที่ปัญหาโครงสร้างประชากรเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะคาดว่าในอีก 15 ปี จะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีถึง 1215 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 11% เช่นเดียวกับเรื่องค่านิยมที่ดีงามของสังคมไทยเริ่มเสื่อมถอย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเสื่อมโทรมอย่างรุนแรง ทั้งนี้ร่างแผนดังกล่าวจะต้องมีการเสนอให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณาก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และประกาศใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 25542559
ด้านนางสุพัตรา มาศดิตถ์ ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางการทำแผน 11 ที่มุ่งเน้นให้คนเป็นศูนย์กลางและการพัฒนาท้องถิ่น หมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดการที่ยั่งยืน ไม่ผันแปรตามกระแสเศรษฐกิจโลก และในวันที่ 2728 ส.ค.นี้ จะมีการจัดงานครบรอบ 1 ปี การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 900 ชุมชน ที่คาดว่าจะได้รับเงินสมทบจากรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการทำงานที่สอดรับกับแผน 11
รวมทั้งการเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ผ่านโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และการเแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร โดยประสานกับ สคช.ในการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลเรื่องปัญหาหนี้สินเกษตรอย่างเป็นระบบ
ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เกิดจากปัญหาการพัฒนาที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งต้องการเห็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ เดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ซึ่งประกอบด้วยฝีมือ ความรู้ ความสามารถการบริหารจัดการการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพจะต้องดู 2มิติ คือ วินัยทางการเงินการคลัง และแม้ว่ารัฐจะผลักดันให้เศรษฐกิจโต 67 แต่ก็เติบโตไปควบคู่กับความรู้สึกที่ไม่เท่าเทียมกัน และความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นชนวนของปัญหาต่างๆ
นายโฆสิต กล่าวว่า จากประสบการณ์การพัฒนาประสบความสำเร็จจะต้องมีโครงสร้างของคนชั้นกลางจำนวนมาก แต่ประเทศไทยมีคนชั้นกลางจำนวนน้อยและส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นต้องคิดว่าการพัฒนาต้องดึงคนชั้นกลางหรือสร้างรากฐานมาจากคนชั้นกลางและให้เกิดการกระจายไปในต่างจังหวัดให้มากขึ้นกว่านี้ถึงจะสำเร็จ และสิ่งสำคัญการพัฒนายังต้องมีการสร้างงานให้มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อให้มีคนชั้นกลางมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวและมีอนาคต ในขณะเดียวกันควรสนับสนุนให้แต่ละภาคมีการจัดทำแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์ของแต่ละภาคด้วย
“
น่าจะเปิดศักราชแผนพัฒนาที่สร้างคนชั้นกลางมากๆ และผนวกกับแผนพัฒนาระดับภาค ซึ่งจะเป็นเครื่องมือการกระจายการพัฒนาได้อย่างมีคุณภาพ” นายโฆสิต กล่าวนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจทุกฉบับเป็นแผนที่ดี แต่มีความเป็นห่วงถึงการนำไปสู่การปฏิบัติ และหากไม่มีการติดตามผลงาน ขาดการประสานงานจากหน่วยงานต่างๆ และความเข้าใจ ไม่ว่าแผนดีแค่ไหนก็ไม่ประสบความสำเร็จได้
นายดุสิต กล่าวว่า สคช.ควรมีบทบาทสำคัญ เข้มแข็งและกล้าหาญ ที่จะไม่ให้การเมืองหรือผู้มีอำนาจมาแทรกแซงแผนพัฒนาฯ และต้องสร้างคนที่กล้าหาญถึงจะทำให้ประเทศชาติก้าวหน้าได้ สิ่งสำคัญการประเมินและติดตามแผน และพร้อมที่จะประกาศต่อสาธารณชนให้รับทราบของความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของแต่ละโครงการ รวมถึงคนที่รับผิดชอบโครงการ โดยเฉพาะว่าโครงการเกิดในสมัยใครเป็นรัฐมนตรี ซึ่งจะได้ให้สังคมได้รับรู้ และจะทำให้คนที่จะคิดโกงไม่กล้าจะทำ
“
แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ มีการจัดทำทุกๆ 5 ปี ภาคเอกชนมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 17 มีการนำแผนไปสู่การปฏิบัติได้ชัดเจน ที่เน้นการพัฒนาประเทศการส่งออกการลงทุนโครงสร้างระบบสาธารณูปโภค แต่แผนพัฒนาฯ ตั้งแต่แผน 810 เป็นแผนที่อ่านยากและแปลความหมายได้ยาก ซึ่งแผน 8 เน้นการพัฒนาคน แผน 9 เน้นเศรษฐกิจพอเพียง และแผน 10 ผสมระหว่างการพัฒนาคนกับเศรษฐกิจพอเพียง แต่มีคนน้อยมากที่จะรู้ความหมายที่แท้จริงของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งๆ ที่แผนทั้งหมดเป็นแผนที่ดี แต่นำไปปฏิบัติจริงไม่ได้และขาดความเข้าใจ จึงทำให้เกิดผลจริงได้ยาก” นายดุสิต กล่าวขณะเดียวกันยังมีความเป็นห่วงการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเห็นว่าระบบการบริหารจัดการยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่แต่ละปีใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ยังผลิตบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และไม่มีคุณภาพ จบมาแล้วยังไม่สามารถทำงานได้ทันที ซึ่งบริษัทจะต้องนำมาฝึกงานอย่างน้อย 36 เดือน ทำให้เสียต้นทุนและเป็นภาระ อีกทั้งในอีก 45 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่ประชาคมอาเชียนเป็นหนึ่งเดียว แต่หากด้านการศึกษาของไทยยังไม่มีการพัฒนาที่ดีเท่าที่ควรอาจจะมีปัญหาอย่างไรก็ตามในปัญหาการลดความเลื่อมล้ำปัจจุบันภาคเอกชนจะมีโครงการช่วยดูแลสังคมมากขึ้น โดยนำความรู้ความสามารถการบริการจัดการเข้าไปช่วยเหลือ จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อสังคม(ซีเอสอาร์)
ในขณะเดียวกันยังมีความเป็นห่วงการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเห็นว่าระบบการบริหารจัดการยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่แต่ละปีใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ยังผลิตบุคคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และไม่มีคุณภาพ จบมาแล้วยังไม่สามารถทำงานได้ทันที ซึ่งบริษัทจะต้องนำมาฝึกงานอย่างน้อย36 เดือนทำให้เสียต้นทุน และเป็นภาระ อีกทั้งในอีก45 ปีข้างหน้าจจะเข้าสู่ประชาคมอาเชียนเป็นหนึ่งเดียว แต่เห็นหากด้านศึกษาของไทยยังไม่มีการพัฒนาที่ดีเท่าที่ควรและอาจจะมีปัญหา
อย่างไรก็ตามในปัญหาการลดความเลื่อมล้ำปัจจุบันภาคเอกชนจะมีโครงการช่วยดูแลสังคมมากขึ้น โดยนำความรู้ความสามารถการบริการจัดการเข้าไปช่วยเหลือ จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อสังคม(ซีเอสอาร์)







