posttoday
ธปท.ชี้แผนพัฒนาระบบแบงก์ปี53-57ช่วยลดส่วนต่างดอกเบี้ยได้

ธปท.ชี้แผนพัฒนาระบบแบงก์ปี53-57ช่วยลดส่วนต่างดอกเบี้ยได้

06 สิงหาคม 2553

ธปท.ชี้มาสเตอร์แพลน 3 ที่จะนำมาใช้เป็นเข็มมุ่งการพัฒนาระบบแบงก์ในช่วงปี 53-57 จะช่วยให้ค่าธรรมเนียมและส่วนต่างดอกเบี้ยกู้และฝากต่ำลงได้ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาอีกระยะ

ธปท.ชี้มาสเตอร์แพลน 3 ที่จะนำมาใช้เป็นเข็มมุ่งการพัฒนาระบบแบงก์ในช่วงปี 53-57 จะช่วยให้ค่าธรรมเนียมและส่วนต่างดอกเบี้ยกู้และฝากต่ำลงได้ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาอีกระยะ

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 3 (มาสเตอร์แพลน 3) ที่จะนำมาใช้ในปี 2553-2557 ว่า น่าจะช่วยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ(NIM)ลดลง จากปัจจุบันที่ระดับ 2.9% ได้อีก เนื่องจากในมาสเตอร์แพลน 3 มีแผนพัฒนาไปในทางที่จะช่วยสนับสนุนให้ระบบธนาคารพาณิชย์ลดต้นทุนได้มากขึ้น และเมื่อลดต้นทุนได้การคิดคาธรรมเนียมต่างๆในบริการทางการเงินและNIMจะลดลงได้ในที่สุด เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะ

“ถ้าเรายึดแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามแผนนี้ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมเชื่อว่าจะทำให้ส่วนดอกเบี้ยกู้และฝากแคบลง ต่ำลง เพราะก่อนนี้เราก็ทำให้ส่วนต่าง 3.3% ในปีที่แล้ว ลดลงมาอยู่ที่ 2.9% ได้แล้ว น่าจะทำให้ลดลงได้อีก แต่ก็ไม่ได้บอกว่าระดับนี้สูงที่สุดหรือต่ำที่สุด เพราะถ้าเทียบมาตรฐานสากล เรายังอยู่ในระดับที่สูงกว่าบางประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังต่ำกว่าบางประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ธปท.ต้องพัฒนาลังจากนี้คือ วิ่งให้ทันคู่แข่งที่เขาวิ่งนำหน้าเรา เพราะเขาทำได้แคบกว่าหรือต่ำกว่าเรา คือ สิงคโปร์  และมาเลเซีย ซึ่งอยู่ที่ 2.2-2.4%” นายเกริกกล่าว

ทั้งนี้ มาสเตอร์เพลน 3 จะมีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสถาบันการเงินในประเด็นหลัก 3 ด้านคือ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มการแข่งขัน และการปรับปรุงกฏเกณฑ์และลดกระบวนการทำงานของทางการ ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะหนุนให้ต้นทุนการบริหารงานของธนาคาร รวมถึงค่าธรรมเนียม และส่วนต่างดอกเบี้ยต่ำลงได้ในที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน