
Leicester อ้างอิงสถิติ
ทีมฟุตบอล Leicester City ที่กลุ่มทุนไทยเข้าไปซื้อและบริหารจัดการสร้างผลงานที่ตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอลอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ทีม ซึ่งหนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว กลายมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในอังกฤษในฤดูกาลนี้
ทีมฟุตบอล Leicester City ที่กลุ่มทุนไทยเข้าไปซื้อและบริหารจัดการสร้างผลงานที่ตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอลอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ทีม ซึ่งหนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว กลายมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในอังกฤษในฤดูกาลนี้
หลายคนอยากรู้ถึงการทำงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้
เรื่องนี้ รองประธานสโมสรบอกว่า อย่างแรก คือการตั้งเป้าหมายในการทำงานชัดเจน
ปีที่แล้วคือหนีจากการตกชั้น และปีนี้คือต้องเป็น 1 ใน 4 ทีมยอดเยี่ยม เป้าหมายคือสิ่งที่จะนำไปกำหนดแผนการทำงานอื่นที่แยกย่อยออกไป
งานที่สำคัญในการทำธุรกิจคือคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ในทีมฟุตบอลก็คือ นักฟุตบอล...
กลุ่มทุนใหม่ของ Leicester City ใช้เงินลงทุนต่างจากทีมฟุตบอลในยุโรปที่มีวัฒนธรรมการสร้างความสำเร็จในการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างรวบรัดโดยวิธีการเหมือนๆ กัน คือ เอาเงินไปทุ่มซื้อนักฟุตบอลที่ดังและเก่งอยู่แล้วมาเข้าทีมในสโมสร
การซื้อตัวนักกีฬาดังๆ นอกจากได้นักกีฬาที่เก่งเข้ามาแล้ว อีกด้านหนึ่งคือชื่อเสียงของนักกีฬามาช่วยในเรื่องภาพลักษณ์ เรื่อง Branding และเรื่องสถานภาพสโมสรด้วย
แต่ทีมสโมสร Leicester City ไม่ทุ่มเงินซื้อนักกีฬาดังๆ แต่กลับเก็บคนที่เล่นดีอยู่แล้วไว้ อีกส่วนหนึ่งก็ไปเลือกนักฟุตบอลที่เด่นจากทีมเยาวชนของตน และในส่วนนักฟุตบอลใหม่ พวกเขากลับไปมองหานักฟุตบอลในยุโรปที่ไม่ดังมาก อายุ 24-30 ปี ค่าตัวไม่แพงแต่จะดูในเรื่องสถิติเป็นข้อสำคัญ
การเลือกตัวนักฟุตบอลในทีมทุกคนอยู่บนพื้นฐานของการใช้สถิติเป็นตัวอ้างอิง เช่น สถิติ การวิ่งที่เร็ว การครองบอลได้มาก การเข้าแย่งบอลได้สำเร็จ ฯลฯ
เพราะนั่นคือศักยภาพที่เป็นจริงของผลิตภัณฑ์ และ Leicester City พบว่านักฟุตบอลที่เห็นว่าเก่งๆ หลายคนกลับมีสถิติสู้นักฟุตบอลที่คนแทบไม่รู้จักชื่อไม่ได้ และพวกเขาก็เลือกที่จะเชื่อ... สถิติ
เมื่อได้ทุกคนเข้ามาร่วมทีมแล้ว ผู้จัดการ Claudio Ranieri ก็บอกว่า...
“ผมจะใช้สถิติเป็นตัวอ้างอิง ถ้าใครไม่สามารถรักษาหรือทำสถิติที่ดีได้ ผมก็จะนำคนที่มีสถิติดีกว่ามาแทน...”
พูดอย่างนี้..หนาวค่ะ ทำให้ทุกคนต้องรักษา Top Form และสถิติที่ดีไว้ให้ได้
ในที่สุดการใช้หลักการทางสถิติของพวกเขาก็ถูกต้อง เพราะตัวเลขจะเป็นเครื่องมือที่บอกว่าประสิทธิภาพของนักฟุตบอลแต่ละคนเป็นอย่างไร
ผลจากการทำงานในการอ้างอิงหลักการทางสถิตินี้ทำให้การชนะต่อนัดของ Leicester City ใช้เงินเพียง 135 ล้านบาท แต่ของ Chelsea ซึ่งเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกปีที่แล้วต้องใช้เงินถึง 1,161 ล้านบาท และในการลงทุนที่ต่ำกว่าอย่างมากมายนี้ พวกเขาได้นำทีมที่ผ่านจากการตกชั้นและกลายมาเป็นแชมป์ Premier League ไปในฤดูกาลนี้
สถิติคือเรื่องของตรรกะล้วนๆ ขอแสดงความยินดีกับทีม Leicester City...จิ้งจอกสยามด้วยค่ะ







