
วันความปลอดภัยฯ
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี (กรีน)
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี (กรีน)
การเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม นับวันจะมีความสำคัญต่อความสำเร็จของการบริหารโรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยย่อมเป็นหลักประกันว่า โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุอันตรายมีน้อยมาก ความสูญเสียและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุอันตรายก็ลดลงด้วย เมื่อไม่มีความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ต้นทุนการผลิตของโรงงานก็ลดลง สินค้าที่ผลิตได้ก็แข่งขันคู่แข่งได้ และผลตอบแทนด้านกำไรของโรงงานก็จะสูงขึ้น
ในการบริหารจัดการความปลอดภัยในโรงงานนั้น แต่ไหนแต่ไรมาเรามักจะได้ยินหรือได้เห็นคำขวัญที่ว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” (Safety First) แต่ทางการปฏิบัติจริง ผู้บริหารอาจจะทำแบบ “ปลอดภัยไว้หลังสุด” (Safety Last) เลยก็ได้ ซึ่งเป็นทัศนคติที่ควรจะต้องปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด
ผู้จัดการโรงงานและผู้บริหารที่มีความคิดก้าวไกล จะต้องไม่คิดว่าความปลอดภัยและกระบวนการผลิตเป็น 2 เรื่องที่แยกออกจากกัน เราทุกคนต่างต้องการการผลิตที่มีประสิทธิภาพเหนือสิ่งอื่นใด โดยที่การผลิตนั้นต้องสำเร็จเสร็จสิ้นได้โดยมิได้มีผู้ใดบาดเจ็บพิการเลย
ในอดีตนักบริหารด้านความปลอดภัยในโรงงานมักจะกำหนดนโยบายหรือแผนงานความปลอดภัยแยกเป็นเอกเทศออกจากนโยบายอื่นๆ ขององค์กร แต่ปัจจุบันนี้ นักบริหารความปลอดภัยมืออาชีพได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งที่จะให้แผนงานด้านความปลอดภัยเป็นแผนงานชนิดที่สอดแทรกและกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับแผนงานด้านอื่นๆ ขององค์กร
วันนี้ เราจึงไม่ต้องการ “แผนงานด้านการผลิต” และ “แผนงานด้านความปลอดภัย” หรือการผลิตและความปลอดภัยที่แยกขาดจากกันเป็น 2 เรื่อง แต่เราต้องการ “การผลิตที่มีความปลอดภัย” (Safe Production)
นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และมาตรการด้านความปลอดภัย จึงต้องสอดแทรกและผนวกเข้าไปในกระบวนการผลิตสินค้าของโรงงานอย่างกลมกลืนจนเป็นเรื่องเดียวกันด้วยหลักการ “การผลิตที่มีความปลอดภัย” เท่านั้น ผลของการป้องกันอุบัติเหตุจึงจะได้ผลเลิศและสามารถบรรลุเป้าหมายของการบริหารโรงงานได้ เพราะวัตถุประสงค์หลักของการบริหารโรงงาน ก็คือ การผลิตที่มีประสิทธิภาพที่สุด (การผลิตที่มีต้นทุนต่ำสุด มีคุณภาพสูง และสามารถส่งมอบตรงตามเวลา)
การที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้นั้น ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญกับองค์ประกอบที่เป็นทรัพยากรพื้นฐานในโรงงานอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรก ได้แก่ แรงงาน (ผู้ปฏิบัติงาน) และประเภทที่สอง ได้แก่ วัสดุ เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ เพราะการบริหารงานผลิตจะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหรือปัจจัยการผลิตทั้งสองประเภทนี้เสมอ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (Safety Officer) และผู้บริหารโรงงานจะต้องหมั่นตั้งคำถามว่า “ทำไมถึงยอมให้มีการทำงานอย่างเสี่ยงๆ แบบนั้นหรือยอมให้เกิดสภาพการณ์อันตรายเช่นนั้นเช่นนี้ได้ และมีการควบคุมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่” ซึ่งเป็นการกำจัดสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง
ที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ เราจะต้องระลึกเสมอว่าความปลอดภัยเป็นสภาพทางจิตสำนึก (ทัศนคติ) อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่จะต้องครอบคลุมและบรรจุอยู่ในทุกๆ วิธีการปฏิบัติงานตลอดกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดสภาพของ “การผลิตที่มีความปลอดภัย” ในตัวของมันเอง
วันนี้ ขอเขียนบทความนี้เพื่อระลึกถึง “วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ” ในวันที่ 10 พ.ค. 2559 ที่จะถึงนี้ ครับผม!







