
โรคร้ายของธุรกิจ
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
สัปดาห์ก่อนพูดถึงปัจจัยภายนอกที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ สัปดาห์นี้อยากนำประสบการณ์จริงของปัญหาอุปสรรคภายในกิจการที่รุนแรงเรื้อรังคอยกัดกินเล่นงานทำลายธุรกิจให้พังลงได้ในพริบตา มาเล่าสู่กันฟัง
ธุรกิจผลิตและติดตั้งประตูบ้านอาคารโรงงานรายหนึ่งทำมานานกว่ายี่สิบปี มีชื่อเสียงโด่งดัง ชื่อชั้นเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาด มีลูกค้ามากมายทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา โครงการจัดสรร อาคารน้อยใหญ่ และบ้านอยู่อาศัย มีทีมงานที่ปลุกปั้นสร้างมาด้วยกันโตมาด้วยกันนับพันชีวิต มีระบบการจัดทีมแบ่งโซนแยกพื้นที่ลุยธุรกิจกินวงกว้างทุกระดับทั่วประเทศ บริการครบวงจรพร้อมสรรพตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และติดตั้งรวมทั้งบริการหลังการขายชนิดไร้คู่แข่งในวงการ
ธุรกิจราบรื่นดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหาให้เหนื่อยใจ แต่ระยะหลังเริ่มพบความผิดปกติหลายอย่าง และเป็นความผิดปกติที่ออกอาการแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยอดขายที่ลดลงในขณะที่การรับงานจากลูกค้ายังมีอยู่ต่อเนื่อง ทีมงานติดตั้งให้บริการลูกค้ายังคงออกพื้นที่ปฏิบัติงานเช่นเคย การเบิกใช้เครื่องมืออุปกรณ์วัสดุของใช้อะไหล่ต่างๆ ก็ยังเป็นปกติ แต่หลายงานที่ส่งไปประมูลหรือแข่งขันเริ่มพลาดท่า มีช่างทยอยลาออกและเป็นการลาออกแบบยกทีม ลูกค้าประจำห่างหายไม่ใช้บริการต่อเนื่องเหมือนเมื่อก่อน ธุรกิจดูซึมเซาเหงาหงอยทรุดลงเหมือนคนป่วยเป็นโรคร้ายบางอย่าง
เจ้าของกิจการใช้เวลาค้นหาโรคตัวเองพักใหญ่ ในที่สุดพบความจริงที่เจ็บปวดว่าคนที่ทำร้ายธุรกิจที่สร้างมากับมือหลายสิบปีไม่ใช่ใครอื่น เหล่าลูกน้องทีมงานช่างของตัวเองแท้ๆ จากคนไม่เก่งทำงานไม่เป็นไร้ฝีมือเมื่อปีกกล้าขาแข็งก็แอบวิ่งรับงานหาเงินเข้ากระเป๋า ติดต่อลูกค้าของบริษัทเอง เสนองานรับงานเองแถมตัดราคาต่ำกว่าเพราะว่าตัวเองไม่มีต้นทุน จะมีได้ไงในเมื่อรถราวัสดุอุปกรณ์ของใช้ทั้งหลายเล่นใช้ของบริษัทล้วนๆ บางคนแสบถึงขนาดก๊อบปี้เอกสารโบรชัวร์ ใบเสนอราคา ทุกอย่างเหมือนของบริษัทเป๊ะ เรียกว่าจัดชุดสำเร็จรูปไม่ต้องลงทุนแม้แต่น้อยสวมรอยทุกอย่างที่เป็นของบริษัทไปใช้หางานเข้ากระเป๋าตัวเองสบายตัว นี่ยังไม่นับรวมกลุ่มที่ลาออกไปตั้งกิจการเปิดแข่งเป็นล่ำเป็นสันโดยดึงฐานลูกค้าขาประจำของบริษัทไปทำมาหากินแบบไม่ต้องทำตลาดเองให้เสียเวลา ลูกค้าส่วนใหญ่ติดใจฝีมือช่าง ร้อยทั้งร้อยเมื่อรู้ว่าช่างจะออกไปทำเองโดยเสนอตัวว่าจะดูแลให้บริการโดยตรง ไม่ต้องผ่านบริษัทให้วุ่นวาย แถมประหยัดงบได้อีกมากมายแบบขายตรง มีเหรอที่จะไม่ขอเบอร์โทรศัพท์ช่างเอาไว้ติดต่อใช้งานกันครั้งต่อไป
นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เรื่องเหมือนเล็กน้อยแต่ค่อยๆ ทำร้ายธุรกิจไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งกว่าจะรู้สึกตัวก็อาจถึงตายแล้วก็ได้
สถานการณ์ภายนอกไม่สู้ดีมีศึกหนักที่ต้องรับมือเหนื่อยอยู่แล้ว ยังกะพริบตาไม่ได้กับศึกในกิจการที่ต้องเฝ้าระวังอย่างมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกิจการเอสเอ็มอีภาคธุรกิจบริการทั้งหลายที่ต้องอาศัยทีมงานช่างเป็นจุดขาย ต้องใส่ใจและระมัดระวังสนิมกัดกินเนื้อในธุรกิจของท่านให้ดีนะครับ







