
บลจ.กสิกรไทย จ่ายปันผล 3 กองหุ้น
นางสาวโศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัท จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (K-VALUE) จ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินการตั้งแต่ 1 ก.พ. - 31 ก.ค. ในอัตรา 0.67 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดรวงข้าว 2 (RKF2) และ กองทุนเปิดรวงข้าว 4 (RKF4) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. - 31 ก.ค. ในอัตรา 0.69 บาท ต่อหน่วย และ 0.42 บาท ต่อหน่วย ตามลำดับ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 27 ส.ค. ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. 2553 “มูลค่าของการจ่ายปันผลในครั้งนี้ สูงถึง 145 ล้านบาท หรือประมาณ 7% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้ง 3 กองทุน โดยคิดเป็น dividend yield สูงถึง 10.64% สำหรับกองทุน K-VALUE ขณะที่ผลตอบแทนของ K-VALUE ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ก.ค. สูงถึง 26.39% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯที่ให้ผลตอบแทน 17.17% ” นางสาวโศภนา กล่าว นางสาวโศภนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไ
นางสาวโศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัท จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (K-VALUE) จ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินการตั้งแต่ 1 ก.พ. - 31 ก.ค. ในอัตรา 0.67 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดรวงข้าว 2 (RKF2) และ กองทุนเปิดรวงข้าว 4 (RKF4) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. - 31 ก.ค. ในอัตรา 0.69 บาท ต่อหน่วย และ 0.42 บาท ต่อหน่วย ตามลำดับ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 27 ส.ค. ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. 2553
“มูลค่าของการจ่ายปันผลในครั้งนี้ สูงถึง 145 ล้านบาท หรือประมาณ 7% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้ง 3 กองทุน โดยคิดเป็น dividend yield สูงถึง 10.64% สำหรับกองทุน K-VALUE ขณะที่ผลตอบแทนของ K-VALUE ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ก.ค. สูงถึง 26.39% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯที่ให้ผลตอบแทน 17.17% ” นางสาวโศภนา กล่าว
นางสาวโศภนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุนอยู่ จะเห็นได้ว่าในขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยบ้างแล้ว หลังจากความกังวลเรื่อง ภาคการเงินในยุโรปผ่อนคลายลง โดยในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ จะเข้าสู่ช่วงจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในตลาดฯยังมีหุ้นที่ให้ปันผลดีและมีความเสี่ยงไม่สูงมากให้เลือกลงทุน และหากกังวลถึงความผันผวนของตลาดฯที่อาจเพิ่มขึ้นหลังจากปรับขึ้นมาถึงระดับ 870 จุด
“บลจ.กสิกรไทย คาดการณ์ว่า จากนี้ไป หากสภาพคล่องเข้ามาในตลาดอย่างเต็มที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯจะไปถึง 930 จุดได้อย่างไม่ยากนัก เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและ ผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียนออกมาค่อนข้างน่าพอใจ และดูจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมามากนัก อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณที่ดีจากการปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชียของ IMF และการผ่อนคลายความกังวลต่อวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศแถบยุโรป” นางสาวโศภนากล่าวในที่สุด
“มูลค่าของการจ่ายปันผลในครั้งนี้ สูงถึง 145 ล้านบาท หรือประมาณ 7% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้ง 3 กองทุน โดยคิดเป็น dividend yield สูงถึง 10.64% สำหรับกองทุน K-VALUE ขณะที่ผลตอบแทนของ K-VALUE ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ก.ค. สูงถึง 26.39% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯที่ให้ผลตอบแทน 17.17% ” นางสาวโศภนา กล่าว
นางสาวโศภนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุนอยู่ จะเห็นได้ว่าในขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยบ้างแล้ว หลังจากความกังวลเรื่อง ภาคการเงินในยุโรปผ่อนคลายลง โดยในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ จะเข้าสู่ช่วงจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในตลาดฯยังมีหุ้นที่ให้ปันผลดีและมีความเสี่ยงไม่สูงมากให้เลือกลงทุน และหากกังวลถึงความผันผวนของตลาดฯที่อาจเพิ่มขึ้นหลังจากปรับขึ้นมาถึงระดับ 870 จุด
“บลจ.กสิกรไทย คาดการณ์ว่า จากนี้ไป หากสภาพคล่องเข้ามาในตลาดอย่างเต็มที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯจะไปถึง 930 จุดได้อย่างไม่ยากนัก เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและ ผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียนออกมาค่อนข้างน่าพอใจ และดูจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมามากนัก อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณที่ดีจากการปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชียของ IMF และการผ่อนคลายความกังวลต่อวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศแถบยุโรป” นางสาวโศภนากล่าวในที่สุด







