
‘อนันตพร’ย้ำไม่มีมวยล้ม ขีดเส้นสอบไอพีพีจบปีนี้
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
เป็นเวลาเกือบ 4 ปี สำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) รอบที่ 3 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อหรือยกเลิก หลังมีการร้องเรียนไปยังรัฐบาลและถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ นั่งเก้าอี้เป็นประธานในปี 2557 เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในขณะนั้นได้คัดเลือกผู้ขายไฟฟ้าเข้าระบบเพียงรายเดียว คือ Independent Power Development Company Limited รวมกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ขณะที่เรกูเลเตอร์ชุดใหม่ก็ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและส่งรายงานไปยัง คตร. แต่ก็ยังไม่มีการชี้ขาดอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโครงการนี้มีความโปร่งใสหรือไม่
กระทั่ง พล.อ.อนันตพร ก้าวขึ้นมาเป็น รมว.พลังงาน ในปัจจุบัน แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาการทำงานไปแล้ว 8 เดือน ดูเหมือนว่ากระบวนการตรวจสอบโครงการไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมามากนัก
พล.อ.อนันตพร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขอให้มั่นใจว่าจะต้องจบและสรุปให้ได้ ไม่ล้มแน่นอน เพียงแต่ที่ผ่านมามีคนไปยื่นศาลปกครอง ร้องเรียนว่าการอนุมัติโครงการไม่ถูกต้อง ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน จริงๆ แล้วหากมองในด้านของเอกชน โครงการก็ยังไม่หยุดเพราะมีการเซ็นสัญญากำหนดกรอบซื้อขายไฟฟ้าไปแล้ว ดังนั้นในระหว่างนี้ถ้าเอกชนมั่นใจว่าถูก ก็มีสิทธิเดินหน้าโครงการต่อไป ในขณะที่การฟ้องร้องทาง สตง.และ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่
“ถ้าดูตามสัญญา กว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าอีก 8 ปี สัญญาก็แปลกมาก เซ็นล่วงหน้านานมาก เรื่องนี้มีการสอบสวนตั้งแต่ผมเป็น คตร. ก็สอบมาเรื่อย และก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเอกชน ไม่ใช่ใครร้องเรียนมาก็เชื่อทั้งหมด ประเด็นที่มีการร้องเรียนก็คือ 1.ปริมาณซื้อขายไฟฟ้าสูงเพียงรายเดียว 2.มีผู้ประกวดหลายรายแต่มีผู้ได้รายเดียว ตอนนี้ต้องรอผลสอบ ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าต่อไป ถ้าผิดก็ยกเลิกโครงการ ส่วนจะมีการต่อรองคุยนอกรอบหรือไม่ ผมไม่เกี่ยว คงเป็นเรื่องของกระทรวง” รมว.พลังงาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องไปดูกระบวนการขั้นตอนให้ชัดเจน ส่วนจะมีการดำเนินการถึงขั้นล้มสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือไม่ ต้องดูผลการสอบสวนและมีข้อมูล ท้ายสุดถ้าผลการสอบสวนออกมา ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าโครงการต่อไป แต่ถ้าผิดก็ยกเลิกหรือจะทำอะไรต่อไปเหมือนกับสัญญาก่อสร้างทั่วไป
“คุณลองคิดว่าสัญญาซื้อขายไฟสูงถึง 5,000 เมกะวัตต์ ไม่เคยมีมาก่อน แค่ 1,000-2,000 เมกะวัตต์ ก็เยอะแล้ว ไทยใช้ไฟฟ้าแค่ระดับ 2.5 หมื่นเมกะวัตต์เท่านั้น” พล.อ.อนันตพร กล่าว
พล.อ.อนันตพร กล่าวอีกว่า ไม่เคยตั้งเป้าว่าจะยกเลิกโครงการหรือให้เดินหน้าต่อ แต่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวน และในฐานะที่เป็นข้าราชการก็ต้องรับผิดชอบให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องจบในรัฐบาลชุดนี้ หากโครงการล้มจริงก็ไม่มีผลกระทบต่อแผนพีดีพี เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไม่ได้ขยายตัว หากเลื่อนโครงการออกไปก็ทำได้อยู่แล้ว
“พยายามให้เรื่องนี้จบให้ได้ ไม่งั้นจะดูไม่ดี ไม่ใช่ว่าทำขึงขังตอนแรกแล้วมาเงียบไปแบบนี้ไม่ดี ทำอะไรต้องทำให้จบ ถ้าเขาไม่ผิดก็ทำต่อ ถ้าไม่ถูกก็ว่ากันไป มีขั้นตอนกันอยู่ ยืนยันไม่ล้มและต้องจบ ถูกก็จบ ผิดก็จบ ไม่ใช่อยู่เฉยๆ ไปเรื่อยๆ เพราะจริงๆ มันควรจะจบตั้งนานแล้ว นี่ถือเป็นการเปิดใจมากที่สุดในเรื่องนี้” พล.อ.อนันตพร กล่าว







