posttoday
‘อนันตพร’ย้ำไม่มีมวยล้ม ขีดเส้นสอบไอพีพีจบปีนี้

‘อนันตพร’ย้ำไม่มีมวยล้ม ขีดเส้นสอบไอพีพีจบปีนี้

29 เมษายน 2559

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

เป็นเวลาเกือบ 4 ปี สำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) รอบที่ 3 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อหรือยกเลิก หลังมีการร้องเรียนไปยังรัฐบาลและถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ นั่งเก้าอี้เป็นประธานในปี 2557 เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในขณะนั้นได้คัดเลือกผู้ขายไฟฟ้าเข้าระบบเพียงรายเดียว คือ Independent Power Development Company Limited รวมกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ขณะที่เรกูเลเตอร์ชุดใหม่ก็ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและส่งรายงานไปยัง คตร. แต่ก็ยังไม่มีการชี้ขาดอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโครงการนี้มีความโปร่งใสหรือไม่

กระทั่ง พล.อ.อนันตพร ก้าวขึ้นมาเป็น รมว.พลังงาน ในปัจจุบัน แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาการทำงานไปแล้ว 8 เดือน ดูเหมือนว่ากระบวนการตรวจสอบโครงการไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมามากนัก

พล.อ.อนันตพร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขอให้มั่นใจว่าจะต้องจบและสรุปให้ได้ ไม่ล้มแน่นอน เพียงแต่ที่ผ่านมามีคนไปยื่นศาลปกครอง ร้องเรียนว่าการอนุมัติโครงการไม่ถูกต้อง ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน จริงๆ แล้วหากมองในด้านของเอกชน โครงการก็ยังไม่หยุดเพราะมีการเซ็นสัญญากำหนดกรอบซื้อขายไฟฟ้าไปแล้ว ดังนั้นในระหว่างนี้ถ้าเอกชนมั่นใจว่าถูก ก็มีสิทธิเดินหน้าโครงการต่อไป ในขณะที่การฟ้องร้องทาง สตง.และ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ 

“ถ้าดูตามสัญญา กว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าอีก 8 ปี สัญญาก็แปลกมาก เซ็นล่วงหน้านานมาก เรื่องนี้มีการสอบสวนตั้งแต่ผมเป็น คตร. ก็สอบมาเรื่อย และก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเอกชน ไม่ใช่ใครร้องเรียนมาก็เชื่อทั้งหมด ประเด็นที่มีการร้องเรียนก็คือ 1.ปริมาณซื้อขายไฟฟ้าสูงเพียงรายเดียว 2.มีผู้ประกวดหลายรายแต่มีผู้ได้รายเดียว ตอนนี้ต้องรอผลสอบ ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าต่อไป ถ้าผิดก็ยกเลิกโครงการ ส่วนจะมีการต่อรองคุยนอกรอบหรือไม่ ผมไม่เกี่ยว คงเป็นเรื่องของกระทรวง” รมว.พลังงาน กล่าว

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องไปดูกระบวนการขั้นตอนให้ชัดเจน ส่วนจะมีการดำเนินการถึงขั้นล้มสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือไม่ ต้องดูผลการสอบสวนและมีข้อมูล ท้ายสุดถ้าผลการสอบสวนออกมา ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าโครงการต่อไป แต่ถ้าผิดก็ยกเลิกหรือจะทำอะไรต่อไปเหมือนกับสัญญาก่อสร้างทั่วไป

“คุณลองคิดว่าสัญญาซื้อขายไฟสูงถึง 5,000 เมกะวัตต์ ไม่เคยมีมาก่อน แค่ 1,000-2,000 เมกะวัตต์ ก็เยอะแล้ว ไทยใช้ไฟฟ้าแค่ระดับ 2.5 หมื่นเมกะวัตต์เท่านั้น” พล.อ.อนันตพร กล่าว

พล.อ.อนันตพร กล่าวอีกว่า ไม่เคยตั้งเป้าว่าจะยกเลิกโครงการหรือให้เดินหน้าต่อ แต่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวน และในฐานะที่เป็นข้าราชการก็ต้องรับผิดชอบให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องจบในรัฐบาลชุดนี้ หากโครงการล้มจริงก็ไม่มีผลกระทบต่อแผนพีดีพี เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไม่ได้ขยายตัว หากเลื่อนโครงการออกไปก็ทำได้อยู่แล้ว

“พยายามให้เรื่องนี้จบให้ได้ ไม่งั้นจะดูไม่ดี ไม่ใช่ว่าทำขึงขังตอนแรกแล้วมาเงียบไปแบบนี้ไม่ดี ทำอะไรต้องทำให้จบ ถ้าเขาไม่ผิดก็ทำต่อ ถ้าไม่ถูกก็ว่ากันไป มีขั้นตอนกันอยู่ ยืนยันไม่ล้มและต้องจบ ถูกก็จบ ผิดก็จบ ไม่ใช่อยู่เฉยๆ ไปเรื่อยๆ เพราะจริงๆ มันควรจะจบตั้งนานแล้ว นี่ถือเป็นการเปิดใจมากที่สุดในเรื่องนี้” พล.อ.อนันตพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน