
'บีโอเจ-เฟด' เก็บกระสุน รอปล่อยหมัดเด็ดครึ่งปีหลัง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สัปดาห์แห่งการจับตาท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย นำโดยบีโอเจที่ช็อกตลาดด้วยการคงมาตรการทางเศรษฐกิจทุกอย่างไว้ในระดับเดิม สวนทางกับการคาดการณ์ของบรรดานักเศรษฐศาสตร์อย่างมาก ส่วนเฟดประกาศชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นไปตามคาดแถลงการณ์ของบีโอเจ ระบุว่า ยังไม่มีนโยบายขยายมาตรการกระตุ้นทางการเงินทั้ง 3 เครื่องมือ โดยยังคงวงเงินการซื้อพันธบัตรและสินทรัพย์ไว้ที่ 80 ล้านล้านเยน/ปี (ราว 25.92 ล้านล้านบาท) คงดอกเบี้ยติดลบที่ลบ 0.1% และการเข้าซื้อสินทรัพย์และหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในระดับเดิม
ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ กล่าวหลังการประชุม ระบุว่า ขณะนี้บีโอเจต้องการดูผลกระทบที่เกิดจากการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมยืนยันว่า หากมีความจำเป็นที่ต้องออกมาตรการทางการเงิน บีโอเจจะดำเนินการทันที ส่วนเศรษฐกิจและค่าแรงที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ บีโอเจยังแสดงความกังวลต่อเงินเยนที่แข็งค่าว่าอาจส่งผล
กระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ
เคียวเฮ โมริตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารบาร์เคลย์ ระบุว่า การตัดสินใจของ คุโรดะ เป็นการส่งสัญญาณว่าบีโอเจจะไม่ดำเนินนโยบายทางการเงินใดๆ เพื่อตอบรับความต้องการของตลาด และเป็นการเร็วไปที่จะออกมาตรการทางเศรษฐกิจหลังประกาศใช้ดอกเบี้ยติดลบเมื่อช่วงต้นปี
“สัญญาณที่สำคัญ คือ บีโอเจจะยึดมั่นต่อข้อมูลทางเศรษฐกิจ และผมคาดว่าบีโอเจจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการทบทวนอัตราเงินเฟ้อ” โมริตะ กล่าว
ด้าน ไมเคิล อีเวอรี นักวิเคราะห์ของ ราโบแบงก์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในฮ่องกง ระบุว่า ตลาดเรียกร้องให้บีโอเจออกมาตรการกระตุ้นเพิ่ม ซึ่งบีโอเจได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เห็นได้ชัดว่ายังไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ดูเหมือนนโยบายการคลังจะเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจในขณะนี้”อีเวอรี ระบุ
ขณะเดียวกัน บีโอเจได้ปรับตัวชี้วัดดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) จากเดิมที่รวมราคาพลังงานแต่ไม่รวมราคาอาหาร ส่งผลให้ซีพีไอเดือน มี.ค.ปรับตัวลง 0.3% ไม่รวมทั้งราคาพลังงานและราคาอาหาร ส่งผลให้ซีพีไอปรับตัวขึ้น 1.1% เนื่องจากราคาพลังงานที่ตกต่ำส่งผลกระทบต่อซีพีไอของญี่ปุ่น
เฟดคงดอกชี้ ศก.ชะลอตัว
เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย 0.25-0.50% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) เมื่อวันที่ 26-27 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงชะลอตัว อาทิ รายจ่ายผู้บริโภค การลงทุนธุรกิจ และการส่งออก
แถลงการณ์ของเฟด ระบุว่า เฟดยังคงจับตาอัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มการพัฒนาในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มปรับตัวดีขึ้น แม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนอยู่ในระดับปานกลาง รายได้เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับสูง
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าของเฟด ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ตกต่ำ และเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า ส่งผลให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ด้านบรรดานักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. ราว 21.6% เดือน ก.ค. 33.9% และเดือน ธ.ค. 66.1% หรือเร็วกว่านี้ เนื่องจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในภาพรวมเริ่มเข้าใกล้จุดสมดุล
เกาหลีใต้พร้อมปล่อยคิวอี
กระทรวงคลังของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (บีโอเค) จะยังคงนโยบายการเงินแบบยืดหยุ่น เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
นอกจากนี้ บีโอเคยังปรับเพิ่มเป้าใช้จ่ายประจำปีงบประมาณปัจจุบัน จาก 95.9% ของงบประมาณ เป็น 96.4% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเป้าใช้จ่ายครึ่งปีแรกอยู่ที่ 275.2 ล้านล้านวอน (ราว 8.46 ล้านล้านบาท) เพิ่มจากเดิมที่ 268.6 ล้านล้านวอน (ราว 8.26 ล้านล้านบาท)
“เราป้องกันเศรษฐกิจไม่ให้หันหัวลงผ่านมาตรการต่างๆ แต่โมเมนตัมภาคเอกชนยังอ่อนแอ” กระทรวงคลัง ระบุ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า ประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ ระบุว่า ขณะนี้มีความจำเป็นในการพิจารณาการใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้าง
“เราจำเป็นต้องดำเนินมาตรการคิวอีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับการปฏิรูปโครงสร้าง แต่ไม่ใช่คิวอีแบบที่สหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป(อียู) ใช้” ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าว
ตลาดทุนขยับรับบีโอเจ-เฟด
จากผลการประชุมของบีโอเจและเฟด ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 2.8% เทียบกับเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 108.77 เยน/เหรียญสหรัฐ จากระดับ 111.78 เยน/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าสุดตั้งแต่เดือน ก.พ.เทียบเหรียญสหรัฐ และแข็งค่าสุดในรอบ 5 ปี เทียบเงินยูโร
ส่วนดัชนีนิกเกอิ 225 ปิดตลาดร่วงลงถึง 3.61% หรือ 624.44 จุด อยู่ที่ 16,666.05 จุด ดัชนีคอมโพสิต ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวลง 14.47 จุด หรือ 0.72% และดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปรับตัวลง 7.46 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 2,946.20 จุด
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียปรับตัวลงเช่นกันเมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 28 เม.ย.ตามเวลาในไทย โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลง 37 เซนต์ อยู่ที่ 46.81 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ที่ปรับตัวลง 34 เซนต์ อยู่ที่ 44.99 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







