posttoday
'วิยดา พีรรัฐกุล' บริหารเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

'วิยดา พีรรัฐกุล' บริหารเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

29 เมษายน 2559

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง/ภาพ ไม่ต้องเครดิต

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง/ภาพ ไม่ต้องเครดิต

“วิยดา พีรรัฐกุล” หรือหลี่แช ผู้ประกาศข่าวสาวจากรายการคุยข่าวเช้าช่อง 8 ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์เวลา 05.00 - 09.00 น. ของบริษัท อาร์เอส (RS) ปัจจุบันอายุ 36 ปี ได้มาบอกเล่าวิธีการบริหารเงินที่จะเปลี่ยนแปลงตามโอกาสและหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น โดยส่วนใหญ่พอมีรายได้มามักเก็บออมทันที 50% เมื่อมีเก็บพอลงทุนก็พร้อมเรียนรู้ใหม่ แต่ถ้าเจออะไรที่ไม่ใช่ไม่ถูกทางก็จะยึดเอาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ตัวใหม่ในอนาคต

เธอเล่าว่า ช่วงแรกของการทำงาน ทั้งการเป็นนักแสดง โปรดิวเซอร์รายการ พิธีกรทั้งรายการเกษตรและรายการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเอง นำเงินเก็บไปลงทุนกับเพื่อนเปิดร้านนมสดกับขนมปังใกล้ที่ทำงานแถวป้อมพระสุเมรุผ่านไป 3 เดือนได้รับการตอบรับดีมากกำไรที่ได้ต่อทุนไปเรื่อยๆ จนตัดสินใจย้ายร้านให้ใหญ่ขึ้นและเปิดได้ทั้งวัน ปรากฏโดนค่าเช่ากินต้นทุนไปเรื่อยพร้อมหมดเงินไปกับสต๊อก ทำให้ต้องเลิกกิจการไป เท่ากับว่าการลงทุนโดยตรงของเธอไม่สำเร็จในครั้งแรก จึงกลับมามองตัวเองว่าได้คิดการใหญ่เกินไปและถ้าจะกลับมาทำธุรกิจอีกครั้งต้องคิดรายละเอียดให้รอบคอบ

จนมาทำงานที่ RS ในฐานะพิธีกรรายการกีฬา รวมถึงรายการโฮมช็อปปิ้ง และ SME ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในช่องเอสเอ็มอี ทำให้ได้รับคำแนะนำลงทุนในหุ้น เจอผู้บริหารก็มักจะถามว่าหุ้นตัวไหนดี หรือเพื่อนว่าไงก็ว่าตาม และมักถือไม่นานส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 เดือน และไม่เกินทั้งหมด 3 ตัว ถ้าได้กำไรประมาณ 10% พร้อมขายทันที เมื่อมีได้ก็ต้องมีเสีย และเมื่อขาดทุน 10% ก็มักขายไป สุดท้ายไปไม่รอด จึงเลือกขายทุกตัวทิ้งหมด เหลือไว้ตัวเดียวคือ RS ที่มีแค่ 5,000 หุ้น ถึงปัจจุบัน โดยเข้าไปซื้อตอนที่ราคา 16 บาท เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

“ตอนลงทุนหุ้นก็ไม่รู้ไม่ได้ศึกษาอะไร เขาว่าไงมาก็ว่าตามไปซื้อแต่ละหุ้นใช้เงินหมื่นบาทต้นๆ ที่เหลือ RS ตัวเดียว ก็เพราะเป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ เพราะเป็นสิ่งที่คลุกคลีอยู่ทุกวัน แต่ตัวอื่นไม่เอาแล้ว เพราะได้ลองผิดลองถูกมาแล้ว และพบว่าไม่ใช่เราและเราก็ไม่ได้ศึกษามากพอ และมองว่าหุ้นเป็นสิ่งที่จะลงทุนต้องมีความเข้าใจและเราก็ยังไม่ได้มีเวลาศึกษามากพอ”เธอเล่า

เธอกลับมาออมเงินด้วยการซื้อสลากออมสิน มีพี่แนะนำว่าให้ซื้อครอบคลุมทั้งหมด 1 ล้านบาท เพราะมีโอกาสถูกรางวัลเยอะ แต่เริ่มต้นที่ 2 แสนบาท ปีถัดมาเพิ่มเป็น 5 แสนบาท รวมทั้งหมด 7 แสนบาท ปรากฏว่าถูกรางวัลบ่อยมาก แม้ถูกรางวัลต่อครั้งจะไม่กี่ร้อยบาทแต่พอรวมกัน 3 ปี ถือว่าผลตอบแทนที่ได้ก็อยู่ในหลักหมื่น ซึ่งก็ดีกว่าฝากออมทรัพย์กับธนาคารแน่นอน โดยสลากออมสิน ล็อตแรกจะครบอายุ 3 ปี แต่ก็ตั้งใจว่านำไปลงทุนต่อ

ทั้งนี้ สินทรัพย์ต่อยอดที่เพิ่มมาเมื่อเธอมีรายได้มากขึ้นคือ การซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อไว้ลดหย่อนภาษีเป็นกองทุนหุ้น 70/30 ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง เพื่อนแนะนำให้ปีแรกลง 1 แสนบาท ปีที่ 2 แสนบาท ปีล่าสุด 5 แสนบาท จริงๆ ไม่ได้หวังเรื่องผลตอบแทนเพราะเป้าหมายหลักคือหักภาษี แต่พอดูอัตราผลตอบแทนแล้วก็รู้สึกพอใจ ที่เลือกกองทุนหุ้นใจหนึ่งก็มองว่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีได้และเป็นคนรับความเสี่ยงได้มากในระดับหนึ่ง

ล่าสุดคือกลับมาลงทุนโดยตรงอีกครั้ง ในการเป็นเจ้าของธุรกิจกาแฟ Brainy แม้ธุรกิจการแข่งขันจะสูง แต่ความแตกต่างจากคนอื่นคือการเพิ่มคุณค่าด้วยการใส่ดีเอชเอที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาเข้าไปเพิ่ม ทั้งนี้ปัญหาที่เคยเกิดจากทำกิจการครั้งแรกก็เอามาปรับใช้ โดยไม่ให้กินต้นทุนเหมือนค่าเช่าเพราะเป็นการขายออนไลน์และทางโฮมช็อปปิ้งที่เธอมีความเข้าใจเป็นอย่างดีจากที่เคยทำงานพิธีกรด้านนี้มาระยะหนึ่ง และเชื่อว่าช่องทางออนไลน์กำลังมีการเติบโตอย่างมาก อีกทั้งกำลังจะเพิ่มช่องทางผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้าขายตรง ขณะที่ปัญหาเรื่องการบริหารสต๊อกก็จะไม่มากเหมือนเมื่อก่อน เพราะอายุการใช้งานของสินค้าก็นาน 1 ปี แม้เธอเพิ่งเปิดตัวมาเพียง 1 เดือน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่การค่อยลงทุนแบบระวังจากประสบการณ์ในอดีต ก็ทำให้เธอได้ตั้งหลักมากขึ้น

จะเห็นได้ว่า การบริหารเงินของผู้ประกาศสาว เมื่ออะไรที่มั่นใจ ปลอดภัย และคุ้นชินกับสิ่งที่ลงทุนแล้ว ก็พร้อมที่จะใส่เกียร์เพิ่ม แต่อะไรที่ลงทุนแล้วผิดพลาดก็จะเก็บเป็นบทเรียนและนำมาปรับปรุงหากจะมีการลงทุนต่อ และก็ยังหาโอกาสการลงทุนใหม่ในแบบที่ใช่ของตัวเธอต่อไป ซึ่งตอนนี้เธอกำลังเก็บเงินซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อไว้สำหรับปล่อยให้เช่าในอนาคตอยู่ 

เธอทิ้งท้ายไว้ว่า การออมและการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน ถ้ามีน้อยก็เริ่มน้อยมีมากก็ออมมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขอให้เริ่มต้นออมก่อน จากนั้นการรู้จักกระจายการลงทุนจะตามมาเองทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย