
หุ้นนิคมฯพุ่งรับยอดขอบีโอไอครึ่งปีแรกกระฉูด
วันนี้นักลงทุนให้ความสนใจเข้าลงทุนหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม นำโดยหุ้นของ บริษัทอมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA) ขึ้นมาซื้อขายที่ 11.40 บาทเพิ่มขึ้น 0.40 บารทหรือ 3.64% บริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน(HEMRAJ) อยู่ที่ 1.67 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง และบริษัทสวนอุตสหกรรมโรจนะ(ROJNA) ขึ้นมาซื้อขายที่ 10.60 บาทเพิ่มขึ้น 0.40 บาทหรือ 3.92%
วันนี้นักลงทุนให้ความสนใจเข้าลงทุนหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม นำโดยหุ้นของ บริษัทอมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA) ขึ้นมาซื้อขายที่ 11.40 บาทเพิ่มขึ้น 0.40 บารทหรือ 3.64% บริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน(HEMRAJ) อยู่ที่ 1.67 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง และบริษัทสวนอุตสหกรรมโรจนะ(ROJNA) ขึ้นมาซื้อขายที่ 10.60 บาทเพิ่มขึ้น 0.40 บาทหรือ 3.92%
บทวิเคราะห์บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมโด่ดเด่นขึ้นมาเป็นผลมาจากการ ภายหลังจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ออกมาเปิดเผยว่าในงวดครึ่งปีแรกของปี2553 มีนักลงทุนยื่นขอสนับสนุนการลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.27 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 136% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดย ประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด คือ บริการและสาธารณูปโภค รองลงมาเป็น อิเลคทรอนิกส์ c]t เครื่องใช้ไฟฟ้า, เกษตร และผลิตผลการเกษตร และ ผลิตภัณฑ์โลหะ และเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาลงทุนเพิ่มของต่างชาติเป็นข่าวดีกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยคาดว่าความต้องการใช้พื้นที่ตั้งหรือขยายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น สะท้อนจากยอดขายที่ดินของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ และมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2554 หากไม่มีปัญหาการเมืองรุนแรง
ทั้งนี้หุ้นเด่นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่มีผลประกอบการขยายตัวโดดเด่นในปี 2554 เพราะรับรู้รายได้จากการขายที่ดินในปี 2553 และปี 2554 สูงขึ้นตามการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน คือ AMATA แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 12 บาท และขณะนี้อยู่ระหว่างปรับประมาณการราคาขึ้นอีก โดยปีนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 402 บาทและปีหน้าจะมีกำไรสุทธิ 609 ล้านบาท
ขณะที่เหมราชจะมีกำไรสุทธิปีนี้ 989 ล้านบาทและ 1,153 ล้านบาทในปีหน้า ส่วนสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จะมีกำไรสุทธิ 942 ล้านบาทในปีนี้และ1,034 บาทในปีหน้า







