
มอก. 9999
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
สังคมไทยในวันนี้ต่างตระหนักถึงความสำคัญของการประยุกต์ใช้ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ความพอมีพอกิน การรู้จักความพอประมาณ คำนึงถึงความมีเหตุผล ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ตระหนักถึงการพัฒนาตามลำดับขั้นตอน ตลอดจนมีคุณธรรมเป็นกรอบในการดำรงชีวิต
ในภาคอุตสาหกรรมเองก็เช่นกัน กระทรวงอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) รับผิดชอบดำเนินการและกำหนดเป็น “มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 9999” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2556
“มอก. 9999” นี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้มีการบริหารจัดการและการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคง เติบโตได้อย่างยั่งยืน และมีความสุข ตลอดจนมีภูมิคุ้มกันที่ดีพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกในด้านต่างๆ
การดำเนินงานและการประกอบธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม จะต้องอยู่บนพื้นฐานความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ควบคู่กับการมีความรู้และคุณธรรม
หลักการของ “มอก. 9999” ที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคลากรและองค์กร อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล ประกอบด้วย (1) การมีส่วนร่วมของบุคลากร (2) การเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (3) การบริหารแบบองค์รวม และ (4) การบริหารเชิงระบบ
การมีส่วนร่วมของบุคลากร องค์กรควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร ภายใต้หลักการที่ว่า บุคลากรทุกระดับเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และการมีส่วนร่วมของบุคลากรจะทำให้สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรได้อย่างเต็มที่
การบริหารแบบองค์รวม องค์กรมีการคิด/พิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ทั้งในเรื่องการนำองค์กรการวางแผน การมุ่งเน้นลูกค้า บุคลากร สารสนเทศ กระบวนการ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ รวมทั้งควรคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กรและส่วนรวม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะช่วยพัฒนาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในอนาคตให้เป็นไปในทิศทางที่องค์กรต้องการ
การบริหารเชิงระบบ องค์กรควรชี้บ่ง ทำความเข้าใจและบริหารจัดการกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) และสภาพแวดล้อม โดยพิจารณาให้ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการจัดองค์กร การกำกับดูแล และการควบคุม ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมจะส่งผลให้ประเทศไทยเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นในหลายๆ ด้าน รวมทั้งสามารถขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากภาวะวิกฤตต่างๆ และทำให้ทุกภาคส่วนเกิดความยั่งยืน ครับผม!







