
การประกันภัยสินเชื่อ ทางการค้า (1)
จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในปัจจุบัน ประกอบกับการเชื่อมโยงของเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งสามารถส่งผ่านไปยังประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าอดีตมากมาย ทำให้ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องขยายตลาดไปในกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่หรือประเทศที่ยังไม่เคยทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้น
จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในปัจจุบัน ประกอบกับการเชื่อมโยงของเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งสามารถส่งผ่านไปยังประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าอดีตมากมาย ทำให้ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องขยายตลาดไปในกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่หรือประเทศที่ยังไม่เคยทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้น
ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีแนวโน้มให้ความยืดหยุ่นด้านการชำระเงินแก่ผู้ซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น เช่น จากเดิมการชำระเงินจะนิยมใช้ L/C หรือ Letter of credit หรือ Documentary letter of credit หรือ Commercial documentary letter of credit (L/C คือ ตราสารทางการค้า ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ตามคำสั่งของผู้ซื้อ ซึ่งเป็นลูกค้าของประเทศหนึ่งเพื่อส่งไปให้ผู้รับประโยชน์ และเป็นผู้ขายในอีกประเทศหนึ่ง โดยส่งผ่านธนาคารผู้รับ L/C ในประเทศของผู้ขาย
ตราสารนี้เป็นคำรับรองหรือสัญญาหรือธนาคารผู้เปิด L/C ว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งตามที่ระบุไว้ใน L/C ให้แก่ผู้ขายสินค้า เมื่อผู้ขายสินค้าได้ส่งสินค้าลงเรือ และได้แสดงเอกสารให้แก่ธนาคารผู้รับซื้อเอกสารและตั๋วเงิน (Negotiation Bank) ได้ครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน L/C ตลอดจนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ และกรอบเวลาตามที่ระบุไว้ใน L/C ด้วย) มาเริ่มนิยมการชำระเงินด้วย D/P, D/A และ O/A มากขึ้น
- D/P (Document Against Payment) คือ การที่ผู้ขายสินค้าส่งเอกสารไปเรียกเก็บเงินค่าสินค้าที่ตนเองส่งออกไปให้แก่ผู้ซื้อ ผ่านธนาคารของผู้ขายไปยังธนาคารตัวแทนของผู้ซื้อเพื่อเรียกเก็บค่าสินค้าก่อนการส่งมอบเอกสาร
- D/A (Document Against Acceptance) คือ การที่ผู้ขายสินค้าส่งเอกสารไปให้แก่ผู้ซื้อผ่านธนาคารของผู้ขายไปยังธนาคารตัวแทนในประเทศของผู้ซื้อเพื่อแจ้งให้ผู้ซื้อนำไปออกของก่อนการชำระเงิน และจะต้องกำหนดจำนวนวันจ่ายเงินด้วยเสมอ เช่น 30 วัน หรือ 60 วัน แล้วแต่จะตกลงกันเอง
- O/A (Open Account) คือ การที่ผู้ขายสินค้าและผู้ซื้อสินค้าตกลงซื้อขายสินค้ากันโดยตรง โดยที่ผู้ขายสินค้าจะส่งสินค้าไปให้ผู้ซื้อก่อน เมื่อผู้ซื้อรับสินค้าแล้วจึงไปติดต่อกับธนาคาร เพื่อโอนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายตามระยะเวลาที่กำหนด หลังจากที่ได้รับสินค้าหรือเห็นเอกสารตามแต่จะตกลงกันแล้ว ซึ่งจะเป็นการโอนโดยทางตั๋วเงินหรือดราฟต์ การซื้อขายด้วยวิธีนี้ผู้ขายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะไม่มีหลักประกันว่าผู้ซื้อจะชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขาย ธนาคารจะเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อมีการโอนเงินค่าสินค้าเท่านั้น
การชำระเงินที่ผ่อนปรนดังกล่าวแม้จะเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขัน แต่ก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงอันเกิดจากผู้ซื้อสินค้าไม่ชำระเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย หรือผู้ซื้อล้มละลายมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและธุรกิจของผู้ประกอบการโดยรวมได้
การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (Trade Credit Insurance) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเครื่องมือทางการเงินในการบริหารสภาพคล่องจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และเป็นที่แพร่หลายมากในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ เหล่านั้นตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจจากการมีหนี้สูญและมีความรู้ความเข้าใจประโยชน์ของการประกันภัยประเภทนี้เป็นอย่างดี







