posttoday
ค้าปลีก ค้าส่งไทย โอกาสของเอสเอ็มอี

ค้าปลีก ค้าส่งไทย โอกาสของเอสเอ็มอี

27 เมษายน 2559

งานสัมมนา “SME Matching Day 2016 : มหกรรมจับคู่ดูดี SME แห่งชาติ” จัดโดย ธนาคารกสิกรไทย และ นสพ.โพสต์ทูเดย์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ จัดสัมมนา หัวข้อ “ล้วงลับความสำเร็จค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น” โดยมีผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีกท้องถิ่นในประเทศ 4 รายมานำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจที่สามารถประสบความสำเร็จ ดึงลูกค้าท้องถิ่น แข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ 

งานสัมมนา “SME Matching Day 2016 : มหกรรมจับคู่ดูดี SME แห่งชาติ” จัดโดย ธนาคารกสิกรไทย และ นสพ.โพสต์ทูเดย์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ จัดสัมมนา หัวข้อ “ล้วงลับความสำเร็จค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น” โดยมีผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีกท้องถิ่นในประเทศ 4 รายมานำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจที่สามารถประสบความสำเร็จ ดึงลูกค้าท้องถิ่น แข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ 

“ธวัชชัย พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ ผู้ประกอบธุรกิจมินิมาร์ททันสมัย ภายใต้ชื่อ “พิริยะซุปเปอร์” เริ่มต้นจากร้านขายของชำและสินค้าในครัวเรือนในเทศบาล จ.เชียงราย ในปี 2508 โดยเข้ามาสานต่อธุรกิจในปี 2534 พร้อมปรับร้านสู่ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ปรับระบบตั้งแต่การทำบัญชี ไอที จึงพัฒนาธุรกิจให้เติบโต มีการเข้าร่วมโครงการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้องค์กรไม่หยุดนิ่งและขยายธุรกิจใหม่ กลายเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ สร้างยอดขายปีที่ผ่านมากว่า 1,300 ล้านบาท

จุดเด่นที่สำคัญของ พิริยะซุปเปอร์ คือ การเป็นร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งรวมอยู่ด้วยกัน โดยมีสินค้ารวม 1.5 หมื่นรายการ พัฒนาสินค้าที่มีราคาแข่งขันกับห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ได้ มีราคาขายสินค้าที่ต่ำกว่าห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ลูกค้าใน จ.เชียงราย สนใจและชื่นชอบในเลือกซื้อสินค้าและให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า

ปัจจุบันมีสาขารวม 14 สาขา วางเป้าหมายในปี 2559 จะเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา งบลงทุนรวมต่อสาขา 15 ล้านบาท เพราะศักยภาพของ จ.เชียงราย มีโอกาสขยายสาขาอีกมาก  อีกทั้งบริษัทเลือกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ และมีการแบ่งหุ้นให้พนักงาน ให้กับครอบครัว เพื่อสร้างองค์กรให้มีมาตรฐานระดับประเทศ ทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ในอนาคต

“สมหวัง เดชศิริอุดม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เล้งเส็ง เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำธุรกิจผู้ค้าส่งและตัวแทนกระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ชื่อ “เล้งเส็ง” ครอบคลุม 8 จังหวัด โดยบริษัทเริ่มต้นจากร้านค้าโชห่วยเล็กๆ ใน จ.สกลนคร และขยายธุรกิจเติบโตสู่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ผู้ค้าส่ง รวมถึงเป็นตัวแทนกระจายสินค้า ที่บริษัทเน้นทำงานกับคู่ค้าที่เป็นร้านค้าอย่างใกล้ชิด ที่มีจำนวนคู่ค้ารวม 3,000 ร้านค้า ซึ่งบริษัทมีจุดเด่นตรงคือมีช่องทางการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งมาก

พร้อมกับมีการวางแผนและทำงานกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้สินค้ามีช่องทางกระจายให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด โดยบริษัทได้แบ่งกลุ่มลูกค้าที่จะกระจายเป็น 8 ช่องทาง ทั้งค้าปลีกสมัยใหม่ ค้าส่งแบบดั้งเดิม และผ่านฟู้ดเซอร์วิส จึงเข้าใจลูกค้าอย่างชัดเจน เสนอสินค้าให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้เหมาะสม

ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้สินค้าท้องถิ่น และสินค้าเอสเอ็มอี รวมถึงโอท็อป สามารถเข้ามาทำตลาดและกระจายสินค้าผ่านเล้งเส็งได้ โดยมีรถกระจายสินค้ามากกว่า 80 คัน ซึ่งขณะนี้ลูกค้าในภาคอีสานต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งสินค้าที่ต้องการมีทั้ง สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าเพื่อความงาม และสินค้าสำหรับแม่และเด็ก เพราะลูกค้าต้องการสินค้าที่มีประโยชน์และสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น

“อชิร สมุทรโคจร” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป ผู้ประกอบกิจการค้าปลีกรูปแบบสมัยใหม่ในชื่อ “ซีเจ เอ็กซ์เพรส” กล่าวว่า ธุรกิจก่อตั้งในปี 2475 จากร้านค้าเล็กๆ และขยายสู่ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง โดยปัจจุบันมีสาขารวม 230 สาขาทั่วประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งมีสินค้าที่ให้บริการเหมือนร้านสะดวกซื้อทั่วไป แต่มีร้านค้าในทำเลที่ห้างค้าปลีกไม่สามารถเปิดสาขาได้ รวมถึงมีจุดแข็งทางด้านบริการที่โดดเด่น และมีราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การมีจุดเด่นดังกล่าว ทำให้ลูกค้าเกิดการบอกปากต่อปาก และมาใช้บริการมากขึ้น ส่วนกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสทำตลาดในร้าน จะเป็นกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ตามแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสนใจดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น และมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสของเอสเอ็มอีที่จะเข้ามาทำตลาด

“มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์” รองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ กล่าวว่า ร้านตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ใน จ.อุดรธานี จากจุดเริ่มต้นของร้านที่เปิดขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และเมื่อคุณแม่ได้เดินทางไปดูงานห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในต่างประเทศหลายประเทศ จึงได้นำรูปแบบการพัฒนาห้างค้าปลีกต่างประเทศมาพัฒนาปรับใช้กับร้าน พร้อมกับปรับวิธีการคิดใหม่ทั้งหมด

ประกอบกับการมีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามาเปิดในพื้นที่ จึงช่วยพลิกธุรกิจ ร้านได้ปรับองค์กรใหม่ เพราะห้างค้าปลีกทำให้ซัพพลายเออร์เข้ามาช่วยพัฒนาและปรับใช้กับร้านตั้งงี่สุน ทำให้ธุรกิจได้เรียนรู้และปรับระบบใหม่ไปพร้อมกัน แม้ว่าจะขายสินค้าเหมือนกับห้างค้าปลีกแต่มีวิธีการคิดและขายสินค้าไม่เหมือนกัน ร้านมีกลยุทธ์ลด แลก แจก แถม มีระบบชำระเงินรวดเร็ว

“ธุรกิจมีการเรียนรู้ และปรับใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจแข่งขันได้ต่อไป อยากให้ทุกคนคิดใหม่ว่า ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ มีโอกาสใหม่ต่อเนื่อง จะมีทางทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ มีคำพูดที่บอกว่าในอีก 15-20 ปีโชห่วยจะไม่ดี แต่ผมพิสูจน์ได้ว่า โชห่วยไม่มีวันแย่ หากทุกคนปรับตัว ดูอย่างผมสนุกที่ได้ทำงานในทุกวัน และผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจสามารถเติบโต เป็นองค์กรที่มีอายุกว่า 100 ปีได้แน่นอน”

นี่คือส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจจนสามารถเติบโตขยายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันเป็นช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด พร้อมสร้างการเติบโตไปด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน