
โบรกฯปรับลดกำไรตลาดหุ้น
แบงก์พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ทำรายได้หด BMลุยขายไอพีโอ
แบงก์พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ทำรายได้หด BMลุยขายไอพีโอ
กดกำไรตลาดหุ้นปีนี้ลงอีก หลังแบงก์พาเหรดลดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ทำกำไรหดหมื่นล้าน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประกาศลดประมาณการกำไรของตลาดหุ้นในปี 2559 ลงเป็นครั้งที่ 2 จาก 90.25 บาท/หุ้น เหลือ 88.60 บาท/หุ้น ทำให้ค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดลงมาอยู่ที่ 16.23 เท่า และให้ดัชนีเป้าหมายปีนี้ที่ 1,440 จุด
ทั้งนี้ การปรับลดกำไรของตลาดหุ้นลงเกิดขึ้นภายหลังจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ในระบบได้ทยอยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.25% ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ธนาคารขนาดกลางและเล็กจะลดลงตาม ซึ่งผลของการลดดอกเบี้ยลงขาเดียว จะทำให้กำไรของธนาคารลดลงไปประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากประมาณการกำไรเดิมที่คาดว่าปีนี้ธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 1.99 แสนล้านบาท
“ผลของการลดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ใช้อ้างอิงในการปล่อยสินเชื่อมากถึง 60% ของสินเชื่อโดยรวม ขณะที่อัตราดอกเบี้ยรายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) จะอยู่ที่ 20-30% ของสินเชื่อที่ปล่อยจึงมีผลต่อกำไรของภาคธนาคาร” บทวิเคราะห์ระบุ
สำหรับผลของการประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกที่ฝ่ายวิจัยศึกษานั้น พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 4.72 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 4.88 หมื่นล้านบาท หรือต่ำกว่าประมาณการ 3.2% และลดลงทั้งจากงวดเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าจึงเป็นแรงกดต่อกำไรสุทธิรวมของทั้งตลาด
ขณะที่ในกลุ่มไอซีทีเองก็ยังมีปัญหาและฝ่ายวิจัยได้ลดประมาณการกำไรของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ลงด้วยเช่นกัน หลังจากต้นทุนค่าตัดจำหน่าย คลื่น 900 MHz (ในกรณีชนะการประมูล) ซึ่งจะรับรู้ในงบตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2559 และรับรู้เต็มปี 2560 ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่ากดดันกำไรตั้งแต่ปี 2560 ให้ลดลงตํ่ากว่าประมาณการปัจจุบันราว 10-15% และกดดันมูลค่าพื้นฐานลดลงเหลือ 185-190 บาท ขึ้นอยู่กับราคาชนะประมูลจาก 210 บาท
นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ หรือ APM ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล (BM) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเหล็ก คาดว่าจะสรุปราคาหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก
(ไอพีโอ) ในวันที่ 3 พ.ค. และเตรียมเสนอขายหุ้นวันที่ 9-11 พ.ค. และน่าจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ประมาณวันที่ 17 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ จุดเด่นของ BM คือการมีสินค้าที่หลากหลายและกระจายในหลายอุตสาห กรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมก่อสร้าง เกษตร และสื่อสาร แม้ตลอดที่ผ่านมาอุตสาหกรรมทั้ง 3 ประเภท โดยรวมจะมีการชะลอ
ตามเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็สามารถมีการเติบโตที่ดีและต่อเนื่องได้ เพราะมีการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจและพยายามลดค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขายจนเหลือ 10 % จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิในรอบ 4 ปีจาก 2.5% จนปี 2558 อยู่ที่ 8.4%







