posttoday
อารีพงศ์:ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

อารีพงศ์:ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

25 เมษายน 2559

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแผนปฏิรูปบริษัท การบินไทย ให้พลิกกลับมามีกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีหลายเรื่องที่บริษัท การบินไทย ต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับการแข่งขันบนน่านฟ้าที่รุนแรงมากขึ้น

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการบริษัท การบินไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "โพสต์ทูเดย์" โดยเกริ่นว่า ต้องยอมรับว่า จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ได้ทำหน้าที่ซีอีโอและเดินหน้าปฏิรูปการบินไทยมาตลอดทางในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่บอร์ดการบินไทยหลายคน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่นายกฯ แต่งตั้งเข้ามาต่างพยายามและดูแลการปฏิรูปการบินไทย เพื่อทำให้บริษัท การบินไทย ไปได้ไกลในระยะยาวและยั่งยืน

"สิ่งแรกที่แสดงว่าเราดีขึ้นคือ วันที่รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปเยี่ยมที่การบินไทย และฟังผลประกอบการเมื่อปีที่แล้ว แล้วเราบอกว่าเราหยุดเลือดคือ รูทต่างๆ เราไม่ขาดทุนแล้ว ส่วนรูทที่ขาดทุนเราก็ไม่บินแล้ว โดย 1 ปีที่ผ่านมาเราตัดเส้นการบินที่ขาดทุนชัดเจน เช่น กรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส เพราะด้วยยุทธศาสตร์ของประเทศเราสู้สายการบินอื่นไม่ได้ เช่น จะไปสหรัฐมันต้องบินจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน แต่ของเราต้องบิน 2 สต๊อบ ต้นทุนเราเลยไปไม่ได้"

อารีพงศ์ ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ปฏิรูปการขายและปฏิรูปการให้บริการ โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรไประดับหนึ่ง ซึ่งทำให้โครงสร้างองค์กรไม่กระจายมากเกินไป และจากนี้ไปจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรให้มากขึ้น โดยจะดูว่าหากงานส่วนไหนคนมากเกินไปก็ไปลดส่วนนั้น ขณะที่ในปีนี้บริษัทจะขายเครื่องบินเก่าอีก 10 ลำ จากก่อนหน้านี้ที่ขายเครื่องบินเก่าไปแล้ว 20 ลำ

"ผลประกอบการขายตั๋วเราไม่ขาดทุน แต่ที่บัญชีทั้งปีของเราขาดทุน เพราะเราขายเครื่องบินเก่าไป 20 กว่าลำ และเป็นเครื่องบินที่บินทีไรก็ถูกลูกค้าบ่นว่าไม่ดี เก้าอี้พัง อันนี้เราจะขายให้หมด นี่คือการล้างบ้าน ส่วนปีนี้จะมีเครื่องบินใหม่เข้ามาทดแทนเครื่องเก่า 2 ลำ คือ แอร์บัส 350 และโบอิ้ง 777 ทำให้จากนี้ไปเครื่องบินที่เรามี 80 ลำ ส่วนใหญ่จะอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน"

อารีพงศ์ กล่าวว่า สิ่งที่บริษัทมาดูต่อหรือสิ่งที่เราคิดว่าเป็นหัวใจนอกเหนือจากการปฏิรูป คือ การขาย โดยในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ การบินไทยจะนำระบบการขายครบวงจรมาใช้ โดยระบบดังกล่าวจะสามารถกำหนดเส้นทางบินและติดตามราคาค่าโดยสารของคู่แข่งได้ ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันได้ดีขึ้น อีกทั้งบริษัทยังได้จ้างผู้เชี่ยวชาญข้างนอก 2-3 คน มาบริหารช่วยเรื่องมาร์เก็ตติ้ง โดยคนเหล่านี้จะเป็นครูที่คอยฝึกสอนคนรุ่นใหม่ของการบินไทยด้วย

"การแข่งขันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มันต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเทียบกับสิ่งที่การบินไทยเจอเมื่อ 10-15 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีสายการบินจากตะวันออกกลาง ไม่มีโลว์คอสต์แอร์ไลน์ แต่วันนี้มาทั้งสายการบินจากตะวันออกกลางที่มาแย่งลูกค้าพรีเมียม และโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่มาแย่งลูกค้าชั้นอีโคโนมี เครื่องบินก็เพิ่มขึ้นมากว่า 2,000 ลำ จะเห็นว่าการแข่งขันมันแรง ดังนั้นระบบใหม่ที่ใส่เข้าไป รวมถึงบุคลากรต่างชาติที่เชี่ยวชาญเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เราต้องการคนที่เคยผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแข่งขัน แล้วเราเอาคนเหล่านี้มาเป็นครูให้กับทีมมาร์เก็ตติ้งของเรา คนรุ่นใหม่ของเราก่อนส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่"

อารีพงศ์ ระบุอีกว่า สิ่งที่การบินไทยต้องปรับปรุงต่อเนื่องหลังจากการเคลียร์บ้านเมื่อปีที่แล้ว คือ ในปีนี้การบินไทยจะรุกด้านมาร์เก็ตติ้งและเซอร์วิส ตลอดจนการแข่งขันกับสายการบินอื่นแบบรูทต่อรูท และให้บริการตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องไปจนถึงลงเครื่อง

"เราคุยกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ว่า เราต้องการวิ่งเฉพาะของการบินไทย เพื่อที่เราจะได้มีเลานจ์ของการบินไทย เราก็ตกลงกันได้แล้ว ซึ่งการให้บริการรูปแบบใหม่ เช่น ปกติคนจะไปญี่ปุ่นต้องเดินทาง 6 ชั่วโมง และอยากนอน เราก็ให้ผู้โดยสารกินอาการที่เลานจ์ก่อนบิน เมื่อขึ้นเครื่องก็นอนเลย เราคิดสิ่งเหล่านี้"

นอกจากนี้ การบินไทยยังมีแผนหารายได้จากการซ่อมเครื่องบินด้วย

"เรามีโอกาสอีกเยอะ เพราะเครื่องบินในอากาศเพิ่มขึ้น 2,000-3,000 ลำ นี่ก็เป็นโอกาสของเรา เพราะเรามีฝ่ายช่างที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเราจะเปิดความร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องบินในการรับซ่อมเครื่องบิน เรากำลังคุยกันอยู่กับคุยหลายเจ้า ทั้งการซ่อมเครื่องบางประเภท ซ่อมเล็ก และซ่อมใหญ่ ซึ่งการเพิ่มรายได้จากนอนคอร์ เราจะมุ่งจากตรงนี้เป็นหลัก เพียงแต่ต้องทำมาร์เก็ตติ้งเพิ่มขึ้น"

อารีพงศ์ ยังย้ำว่า "ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราทำเรื่องโครงสร้าง วันนี้เราบินผู้โดยสารเรามากกว่าเดิม ด้วยเครื่องที่น้อยกว่าเดิม 10 ลำ นี่คือประสิทธิภาพที่เห็นชัดเจน แต่ก็ต้องทำอีกเยอะ และปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งการบริหารงาน การทำมาร์เก็ตติ้งการบริการ รวมทั้งเฟิร์สคลาสเซอร์วิส ทำให้เราแข่งขันได้ก็เป็นสิ่งที่ผมนั่งดู และเริ่มเห็นแววต่อพนักงานการบินไทยเจิดจ้ามากขึ้น ซึ่งผมเห็นจากได้สัมผัสพนักงาน"

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร