posttoday
‘ยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์’ ไปได้

‘ยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์’ ไปได้

20 เมษายน 2559

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

ยังคงต้องลุ้นว่าตัวเลขการส่งออกในเดือน มี.ค. 2559 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะประกาศในสัปดาห์หน้าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ จากในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ของปีนี้ ที่การส่งออกขยายตัวได้ 0.67% หรือมีมูลค่า 3.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นั่นเพราะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าไทยแทบจะทุกรายการ “หดตัว” ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่สาเหตุที่การส่งออกในภาพรวมยังคงยืนอยู่ในแดนบวกได้ เป็นเพราะการส่งออกสินค้าทองคำที่เติบโตกว่า 1,000% และการนำผ่านสินค้าที่เกี่ยวกับยุทธปัจจัยทางทหาร ซึ่งเป็นสินค้า “รายการพิเศษ” ส่งผลให้การส่งออกเดือน ก.พ. พลิกกลับมาขยายตัวสูงถึง 10.27% จากที่ติดลบ 8.91% ในเดือน ม.ค.

ด้วยสถานการณ์การส่งออกที่ยังมีทิศทางที่ไม่แน่นอน ทำให้ภาคเอกชนประเมินว่าการส่งออกไทยในปีนี้อาจเติบโต 0% หรือเลวร้ายที่สุดติดลบ 2-5%

พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษากรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า การส่งออกปีนี้อาจติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน หรือทำได้มากสุดคือไม่เติบโต หรือขยายตัว 0% เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวและระดับราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะเกิน 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งมีมูลค่าส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 14.3% ของมูลค่าส่งออกรวม จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

“ปีที่แล้วไทยส่งออกกลุ่มอาหารเป็นมูลค่า 8-9 แสนล้านบาท ส่วนปีนี้อย่างเก่งก็โตได้แค่ 1-2% หรือเลวร้ายสุดก็ไม่เติบโต หรือเติบโต 0% ขณะที่สินค้าเกษตรสำคัญๆ เช่น ยางพาราและข้าว ราคาจะยังไม่ดีขึ้นประกอบกับค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่ามากขึ้น ยิ่งซ้ำเติมให้สินค้าเกษตรที่มีกำไรต่ำอยู่แล้ว จะแข่งขันในด้านราคาได้ลำบากขึ้น จะมีก็เพียงกลุ่มปศุสัตว์ที่ยังส่งออกได้ดีอยู่ แต่ก็ชดเชยการส่งออกสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบทางด้านผลผลิตลดและราคาตกต่ำได้ไม่มากนัก” พรศิลป์ กล่าว

แต่เมื่อกลับมาพิจารณาการส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งหน่วยงานภาครัฐต่างตั้งความหวังว่าจะช่วยดึงให้การส่งออกภาพรวมให้เติบโตตามเป้าหมายในระดับ 5% พบว่ายังพอมีความหวัง แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ สินค้ากลุ่มยานยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกคิดเป็น 14.9% ของการส่งออกรวมจะติดลบ 0.3% ก็ตาม

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า การส่งออกในกลุ่มยานยนต์ช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เริ่มได้ผลขึ้นมาบ้าง โดยปี 2559 ส.อ.ท.ตั้งเป้าการส่งออกยานยนต์ไว้ที่ 1.22 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1-2% จากการส่งออกในปี 2558 ที่มียอดส่งออก 1.2 ล้านตัน

สำหรับตลาดส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของไทยยังคงเป็นตลาดเอเชียและออสเตรเลีย โดยปีนี้คาดว่าการส่งออกรถยนต์จากไทยไปตลาดเอเชียจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 30% ของยอดของการส่งออกรถยนต์ในภาพรวม จากปีที่แล้วที่มีสัดส่วน 26% เช่นเดียวกับการส่งออกรถยนต์ไปตลาดออสเตรเลียที่คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปีที่แล้วที่มีสัดส่วน 21% โดยกลุ่มรถยนต์ที่มีการส่งออกมากสุด คือรถยนต์ขนาดใหญ่ และรถบรรทุก (ปิกอัพ) เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรุ่นของบริษัทค่ายรถที่ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ส่งผลให้ยอดการส่งออกรถยนต์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับการส่งออกในกลุ่มรถขนาดเล็กหรืออีโคคาร์

“กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ภาพรวมปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว โดยปีนี้คาดว่าการส่งออกในแง่ปริมาณจะเพิ่มขึ้น 1-2% แต่ในด้านมูลค่าน่าจะเพิ่ม 5% เพราะเป็นการส่งออกรถยนต์ขนาดใหญ่ออกไป ส่วนเป้าหมายการส่งออกสินค้าภาพรวมของไทยที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้า 5% มองว่าไม่น่าจะถึง เพราะเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่” สุรพงษ์ กล่าว

ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 24.5% ของมูลค่าส่งออกรวมนั้น ภาคเอกชนยังมองว่าปีนี้การส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้จะเติบโตได้ 3-5%

วิษณุ ลิ่มวิบูลย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ส.อ.ท. กล่าวว่า มั่นใจว่าการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปีนี้ จะขยายตัวประมาณ 3-5% คิดเป็นมูลค่า 1.5-1.7 ล้านล้านบาท แม้ว่าในช่วงต้นปีตัวเลขส่งออกจะขยายตัวติดลบและมีการย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยไปประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม แต่เชื่อว่าจะได้การลงทุนจากจีนที่เข้ามาขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเข้ามาทดแทนตัวเลขที่ขาดหายไปได้

“ขณะนี้อุตสาหกรรมจากจีนย้ายฐานเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เช่น แผงโซลาร์เซลล์ จอแอลอีดีทีวี ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมกับจอแอลอีดีของเกาหลีใต้ เนื่องจากจีนถูกหลายประเทศใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า จึงต้องย้ายฐานมาผลิตที่ประเทศ อื่นๆ ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการส่งออกไทย ขณะที่การส่งออกในกลุ่มฮาร์ดดิสก์ที่ผู้ประกอบการไทยได้มีการปรับตัว โดยเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จะทำให้การส่งออกในกลุ่มนี้เติบโตสูง” วิษณุ กล่าว

เมื่อจับเทรนด์การส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้จากมุมมองเอกชน จะพบว่าการส่งออกสินค้ากลุ่นยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นเกือบ 40% ของมูลค่าการส่งออกรวมน่ายังจะยืนฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลกได้ แต่ที่น่าห่วงที่สุด คือ การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับประชาชนครึ่งประเทศ

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?