
เมืองไทยฯคว้าเบี้ยรถไฟ
รับ 48.9 ล้านคุ้มครองผู้โดยสารเสียชีวิต 3 แสนรักษาพยาบาล 3 หมื่นบาท
รับ 48.9 ล้านคุ้มครองผู้โดยสารเสียชีวิต 3 แสนรักษาพยาบาล 3 หมื่นบาท
เมืองไทยประกันภัยคว้าประกันอุบัติเหตุผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่การรถไฟ เบี้ย 48.9 ล้าน
นายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้รับประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลผู้โดยสารรถไฟไทย ผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟบนขบวนรถไฟ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยจะให้ความคุ้มครองเป็นเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ ผู้โดยสารรถไฟและเจ้าหน้าที่รถไฟจะได้รับความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนรถไฟ หรือที่เกิดจากรถไฟรายละ 3 แสนบาท และค่ารักษาพยาบาล 3 หมื่นบาท/ราย
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การจัดทำประกันภัยอุบัติเหตุผู้โดยสารรถไฟ กับบริษัท เมืองไทยประกันภัย โดยทาง รฟท.เป็นผู้จ่ายเบี้ยประกัน 48.9 ล้านบาท คุ้มครอง 1 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการรถไฟว่าจะได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางโดยรถไฟตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานทั่วไปเหมือนกับการขนส่งสาธารณะประเภทอื่น
อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการยกระดับการบริการขนส่งระบบรางให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่ง รฟท.เป็นผู้ถือกรมธรรม์
สำหรับผู้เอาประกันภัย จะได้แก่ ผู้โดยสารรถไฟและผู้ปฏิบัติงานของ รฟท.ที่ปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถ หรือขณะกำลังขึ้น/ลงขบวนรถของ รฟท. ที่เดินทางภายในประเทศและต่างประเทศ โดยคุ้มครองความเสียหายขณะขึ้นหรือลงจากขบวนรถ และเดินทางอยู่บนขบวนรถ นับตั้งแต่สถานีต้นทางถึงสถานีปลายทาง ส่วนวงเงินประกันนั้นก็ขึ้นกับลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุเป็นรายๆ ไป
นายวาสิต กล่าวว่า อุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสที่ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา ผู้โดยสารรถไฟก็ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทแล้ว
ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ได้หารือกับ รฟท.ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ประกันภัยสำหรับรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันซ์ เช่น ประกันภัย 100 บาท คุ้มครอง 1 แสนบาท ในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองราคาถูก
นอกจากนี้ ช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้ คปภ.มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำในพื้นที่เพื่อรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยกับประชาชนและผู้ประสบภัยได้อย่างทันทีทั่วประเทศ รวมถึงให้บริการสายด่วน คปภ.1186 ตลอด 24 ชม. โดยได้มอบนโยบาย “7 ต้อง” ในการให้บริการประชาชน “ต้อง” ใช้วาจาที่สุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติผู้ใช้บริการ “ต้อง” ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง “ต้อง” รู้จักวิธีประสานงานเพื่อแนะนำผู้ใช้บริการให้เหมาะสม “ต้อง” คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภคโดยไม่ปฏิบัติหน้าที่เพียงเพื่อให้งานพ้นตัว “ต้อง” มีเมตตา กรุณา และรู้จักอดทนอดกลั้น “ต้อง” ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และ “ต้อง” ไม่เลือกปฏิบัติ







