posttoday
สกัด 17 สินค้าฟุ่มเฟือย

สกัด 17 สินค้าฟุ่มเฟือย

14 เมษายน 2559

“พาณิชย์” รับลูกนายกฯ งัด 4 มาตรการ ดูแลสินค้านำเข้าไม่จำเป็น 17 รายการ เน้นสุ่มตรวจดูแลมาตรฐาน

“พาณิชย์” รับลูกนายกฯ งัด 4 มาตรการ ดูแลสินค้านำเข้าไม่จำเป็น 17 รายการ เน้นสุ่มตรวจดูแลมาตรฐาน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติรับทราบมาตรการต่อการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณามาตรการดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าแต่ละมาตรการไม่ขัดต่อพันธกรณีและข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อการค้าในเวทีโลก

“การดูแลสินค้านำเข้าที่ไม่จำเป็นครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบรายการสินค้านำเข้า เพื่อพิจารณาความจำเป็นและปริมาณการนำเข้า และให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรการลดการนำเสนอ” นายสุวิทย์ กล่าว

สำหรับสินค้านำเข้าที่ไม่จำเป็นหรือสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นการนำเข้าเพื่อตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภค หรือเป็นกลุ่มสินค้ามีราคาถูกและคุณภาพต่ำ มีทั้งสิ้น 17 รายการ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผัก ผลไม้และของปรุงแต่ง เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋า เครื่องดื่มน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา และผลิตภัณฑ์ยาสูบ เป็นต้น โดยจะมีมาตรการดูแลเพื่อลดการนำเข้า ปฏิบัติได้จริง และไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อระบบการค้า ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1.เป็นการดูแลด้านมาตรฐานสินค้า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าที่มีตรามาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) รวมทั้งมีการใช้บังคับเรื่องหลักปฏิบัติกระบวนการรมผลไม้สดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดูแลความเข้มงวดมากขึ้น

มาตรการที่ 2.จะเข้มงวดด้านการตรวจสอบสินค้าเข้า ประกอบด้วยมาตรการย่อย เช่น การดำเนินการของกรมศุลกากรในการนำหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงเข้ามาใช้ตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง และเข้มงวดต่อการนำเข้าสินค้าที่เป็นมาตรฐานบังคับ เช่น มาตรฐานบังคับในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งจะมีการตรวจติดตามสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาด และตรวจระบบควบคุมคุณภาพการทำงานโรงงานผู้ผลิต

สำหรับมาตรการที่ 3 เกี่ยวข้องด้านอาหารและยา มีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแล เช่น การนำเข้าผักผลไม้ ต้องมีเอกสารรับรองตามมาตรฐานสินค้า มีข้อมูลแสดงในหีบห่อตามที่กำหนด พร้อมทั้งเข้มงวดความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น และควบคุมพร้อมสุ่มตรวจสินค้าเกษตรนำเข้าภายใต้ข้อตกลงการเปิดเสรีการค้า (เอฟทีเอ) โดยใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) จะเน้นการสุ่มตรวจสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานสุขอนามัยและอนามัยพืชอย่างเข้มงวด รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสินค้าภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้า เป็นมาตรการของกระทรวงวิทยาศาสตร์รับผิดชอบ

มาตรการสุดท้าย สนับสนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซล หรือพลังงานทดแทนที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก รวมถึงรณรงค์ให้ใช้พลังงานอย่างประหยัด ดำเนินการโดยกระทรวงพลังงาน ได้แก่ โครงการสนับสนุนให้ลงทุนผลิตก๊าซชีวภาพในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง และให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพสูงเพื่อประหยัดพลังงาน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน