
ทหารไทยตั้งเป้ารักษากำไร
“บุญทักษ์” ตั้งเป้ารักษานิมใกล้เคียง 3% แม้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% พุ่งเป้าโตสินเชื่อผลตอบแทนสูง
“บุญทักษ์” ตั้งเป้ารักษานิมใกล้เคียง 3% แม้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% พุ่งเป้าโตสินเชื่อผลตอบแทนสูง
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ปี 2559 เป็นโจทย์ยากของธนาคารในการรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (นิม) หลังจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียว ทั้งลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) และลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลง 0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเนื่องจากสภาพคล่องในตลาดสูงมากการลดดอกเบี้ยลงเป็นส่วนช่วยกระตุ้นสินเชื่อให้เติบโตดีขึ้นบรรเทาผลกระทบต่อนิมได้บ้าง
ทั้งนี้ ธนาคารทหารไทยตั้งเป้ารักษารายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยปีนี้ให้ใกล้เคียง 3% จาก 2.99% เมื่อปีที่แล้ว ด้วยการขยายสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง 6-8% เน้นสินเชื่อที่มีผลตอบแทนดีและมีความต้องการในตลาด ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยทั้งสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อบ้าน รวมทั้งสินเชื่อเอสเอ็มอี ภายใต้เกณฑ์วิเคราะห์สินเชื่อที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันจะบริหารต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่มีลูกค้าธุรกิจเปิดบัญชีกระแสรายวันเพิ่มขึ้นช่วยทำให้ต้นทุนการเงินลดลงได้
สำหรับสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่อาจจะเติบโตไม่สูงมาก เพราะลูกค้ารายใหญ่ใช้สินเชื่อธนาคารแค่ระยะสั้นในช่วงการก่อสร้าง และระดมทุนระยะยาวผ่านออกหุ้นกู้หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อิน
ฟราสตรักเจอร์ ฟันด์) แทน อีกทั้งธนาคารไม่ควรแบกสินเชื่อวงเงินใหญ่ในระยะยาวให้เป็นความเสี่ยง โดยบทบาทธนาคารในลูกค้ารายใหญ่จะเข้าไปสนับสนุนการระดมทุนผ่านตลาดเงิน ให้สินเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อการซื้อและควบรวมกิจการ
“เรามีนโยบายเติบโตสินเชื่อจากการบริการที่ดีมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เติบโตจากการรับความเสี่ยงสูง เรายังคงเกณฑ์วิเคราะห์สินเชื่อยังคงคุณภาพเดิม โดยปีที่แล้วสินเชื่อรวมขยายตัว 9.5% ส่วนใหญ่เติบโตจากสินเชื่อบ้าน เนื่องจากปรับปรุงกระบวนการอนุมัติจาก 30 วัน เหลือ 5 วัน” นายบุญทักษ์ กล่าว
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะคุมไม่ให้เกิน 3% ในสิ้นปีนี้ จาก 2.99% เมื่อปีที่แล้ว ระหว่างปีอาจขึ้นไปกว่า 3% ซึ่งเอ็นพีแอลของระบบธนาคารยังอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงสิ้นปีนี้ แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่เอ็นพีแอลจะลากยาวต่อไปอีก 12-18 เดือน ปีนี้เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศเปราะบาง การควบคุมเอ็นพีแอลและดูแลต้นทุนการเงินต้องให้ความสำคัญมาก







