
สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม
...เจียรนัย อุตะมะ
“
สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล” วัย 29 ปี เป็นนักวิเคราะห์กองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่เป็น บล.เดียวที่มีนักวิเคราะห์กองทุนรวมโดยเฉพาะ ทั้งนี้เนื่องมาจาก บล.แห่งนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายกองทุนรวมเกือบทั้งหมดในประเทศ ยกเว้นกองทุนรวมของบัวหลวงเท่านั้น และมีกองทุนรวมภายใต้การขายเป็นหลักพันกองทุน จึงต้องมีนักวิเคราะห์ดูแลเฉพาะเพื่อคัดเลือกกองทุนให้คำแนะนำในการลงทุนของลูกค้าปัจจุบันนักวิเคราะห์กองทุนรวมมีสองคน โดยนักวิเคราะห์นี้ขึ้นตรงต่อฝ่ายที่ปรึกษาทางการเงินที่รับหน้าที่ประสานงานกับฝ่ายขายกองทุนรวม
“
สานุพงศ์” เพิ่งเข้ามาเป็นนักวิเคราะห์กองทุนรวมได้ประมาณ 1 ปี จากก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ดูแลหลักทรัพย์ในกลุ่ม บริษัทหลักทรัพย์ ยานยนต์ และกลุ่มเหล็กเขาเป็นหลานของ
“สุชาย สุทัศน์ธรรมกุล” กรรมการผู้จัดการ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่ภายหลังจบปริญญาโทด้านการบริหารระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเอ็กซิสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้เริ่มงานแรกที่นี่ในตำแหน่งนักวิเคราะห์หุ้นในสามกลุ่มข้างต้นในปี 2549 หลังจากนั้นปี 2551 ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์จากนั้นเดือน ก.ค. 2552 จึงย้ายมาเป็นนักวิเคราะห์กองทุนรวมที่เป็นหน้าที่ใหม่ที่บริษัทเปิดมาตั้งแต่ปี 2551
“
ผมสนใจย้ายมารับหน้าที่นี้ เพราะเรากำลังจะเปิดการลงทุนต่างประเทศ สินค้าโภคภัณฑ์ และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต้องศึกษาการลงทุนในวงกว้างตั้งแต่เศรษฐกิจโลกลงมา และต้องประสานข้อมูลด้านวิจัยเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงเป้าหมายเศรษฐกิจจากฝ่ายวิเคราะห์ของเราด้วย เพื่อมาเป็นแนวทางวิเคราะห์กองทุนรวม จะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ระยะแรกผมต้องศึกษาเยอะมาก ทั้งผลงาน ข้อมูลย้อนหลัง และนโยบายของแต่ละกองทุน”เขาพบว่านักลงทุนยังสับสนระหว่างเงินฝากออมทรัพย์กับกองทุนตลาดเงินว่ามีความเสี่ยงเท่ากัน แต่กองทุนตลาดเงินมีความเสี่ยงมากกว่า จึงให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์ (1 ปี ดอกเบี้ย 0.9% ต่อ 0.5%) เพราะกองทุนตลาดเงินนำเงินไปลงทุนในตั๋วแลกเงินและพันธบัตร ในขณะที่เงินฝากออมทรัพย์รัฐบาลยังค้ำประกันเงินฝาก แต่กองทุนตลาดเงินต้องตีค่าหน่วยลงทุนตามราคาตลาด ซึ่งความเสี่ยงนี้นักลงทุนบางรายรับไม่ได้
การมีนักวิเคราะห์กองทุนรวมทำให้มีผู้ที่ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนในกองทุนรวมแต่ละประเภทให้ลูกค้า โดยหน้าที่ของเขาจะต้องออกบทวิเคราะห์กองทุนรวมเป็นรายสัปดาห์และรายเดือนออกมาให้คำแนะนำนักลงทุนเช่นเดียวกับบทวิเคราะห์หลักทรัพย์อื่น
ล่าสุด ได้ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนในกองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เพราะเป็นกองทุนเดียวที่มีนโยบายลงทุนในอีทีเอฟที่ชื่อว่า iShare FTSE/Xinhua China A50 เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียง A Share โดยให้รอจังหวะดัชนีย่อลงมาที่ 2,700 จุด เพราะเชื่อว่าดัชนีจะขึ้นไปถึง 3,0003,200 จุด
เขากล่าวว่า ที่แนะนำเช่นนี้เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่เติบโตเร็วจนเกินไป เนื่องจากรัฐบาลสามารถควบคุมความร้อนแรงของเศรษฐกิจได้ ทำให้เชื่อว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจจีนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์ไว้
“
สานุพงศ์” เป็นลูกชายคนโต มีน้องชายอายุห่างกันถึง 14 ปี เรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ยามว่างชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติกับเพื่อนเรียนสมัยปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ






