
ถกตั้งกลุ่มอาร์เซ็ปโค้งสุดท้าย
ออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพประชุมอาร์เซ็ป ถกประเด็นติดขัดก่อนเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีนัดพิเศษเดือน พ.ค.นี้
ออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพประชุมอาร์เซ็ป ถกประเด็นติดขัดก่อนเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีนัดพิเศษเดือน พ.ค.นี้
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จะเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP-TNC) ครั้งที่ 12 ที่เมืองเพิร์ต ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 17-29 เม.ย. 2559 การประชุมครั้งนี้จะเป็นการติดตามความคืบหน้ากรอบความร่วมมืออาร์เซ็ปในแต่ละเรื่องที่ยังติดขัดอยู่ และจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าสมาชิกจะตกลงในรายละเอียดที่เหลือและสรุปผลการเจรจาได้ทันภายในปีนี้หรือไม่
“การประชุมรอบนี้น่าจะมีข้อสรุปในทุกเรื่อง และหากมีประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้ ก็จะนำรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปสมัยพิเศษที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว
สำหรับประเด็นที่จะมีการหารือกัน ได้แก่ การเปิดตลาดการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมาย กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากร และการอำนวยความสะดวกทางการค้า สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การเงินและโทรคมนาคม และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เป็นต้น
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 22 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 มี.ค. 2559 ที่ จ.เชียงใหม่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ได้กล่าวเน้นย้ำเจตนารมณ์ที่จะต้องสรุปการเจรจาความตกลงอาร์เซ็ปให้ได้ภายในปีนี้ ตามที่ผู้นำอาเซียนประกาศไว้ เพื่อแสดงถึงความเป็นศูนย์กลางและบทบาทนำของอาเซียนในการขับเคลื่อนการเจรจา
ทั้งนี้ สมาชิกที่จะร่วมอาร์เซ็ป ประกอบด้วย 16 ประเทศ คือ สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศที่อาเซียนได้ทำเอฟทีเอ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งภาายใต้ข้อตกลงอาร์เซ็ปจะลดภาษีสินค้ากลุ่มแรก 65% ของรายการสินค้าที่ค้าขายกันประมาณ 8,000-9,000 รายการ เหลือภาษี 0% ทันที และอีก 20% จะลดภาษีเหลือ 0% ภายใน 10 ปี ส่วนอีก 15% ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวจะมีการเจรจาลดภาษีกันต่อไป
ขณะที่การเปิดตลาดการค้าบริการจะใช้กรอบการเปิดเสรีภาคบริการในอาเซียนเป็นหลัก แต่จะให้สมาชิกยื่นข้อเรียกร้องว่าจะขอเปิดรายการใดเพิ่มเติม ส่วนด้านลงทุนอยู่ระหว่างยื่นรายละเอียดว่าจะเปิดให้สมาชิกลงทุนธุรกิจใดได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 ไทยมีมูลค่าการค้ากับสมาชิกอาร์เซ็ปเป็นจำนวน 2.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ







