posttoday
เปิดหรือปิด

เปิดหรือปิด

11 เมษายน 2559

เดินทางไปประชุมเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกที่สิงคโปร์ โดยมุ่งหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้ามหาวิทยาลัยไทยจะเข้าสู่อันดับต้นๆ ของโลก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 และ 2 ของเอเชียไปแล้ว กำลังจะไต่สู่ 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยสุดยอดของโลกในไม่ช้า

เดินทางไปประชุมเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกที่สิงคโปร์ โดยมุ่งหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้ามหาวิทยาลัยไทยจะเข้าสู่อันดับต้นๆ ของโลก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 และ 2 ของเอเชียไปแล้ว กำลังจะไต่สู่ 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยสุดยอดของโลกในไม่ช้า

คำตอบส่วนหนึ่ง อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำชาวสวีเดน ได้มาเล่าถึงความสำเร็จที่รวดเร็วที่สุดของมหาวิทยาลัยที่มีอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น และได้มีการแนะนำมหาวิทยาลัยใหม่ล่าสุดของสิงคโปร์ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์ ที่มุ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการออกแบบทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโลก โดยมีอธิการบดีเป็นชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นอดีตคณบดีคณะวิศวะของเอ็มไอที มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน

แสดงว่าใครเก่งมาจากที่ไหนก็ตาม สิงคโปร์จะรีบไปเชิญมาทำงานด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ยังมาจากทั่วโลก แม้แต่รุ่นน้องของผมที่วิศวะลาดกระบังก็ไปสร้างชื่อ เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง

ออกมาชมเมือง ก็พบว่าอาคารทันสมัยหลายอาคารออกแบบโดยสถาปนิกไทยชั้นยอดที่มาทำงานที่นี่ ยังมีทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ และวิศวกรไทย ก็มาทำงานอยู่อีกไม่น้อย แสดงว่าสิงคโปร์นอกจากมีทรัพยากรคนคุณภาพที่สร้างขึ้นเองภายในประเทศแล้ว ยังดึงดูดมันสมองให้ไหลจากประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เข้ามาช่วยสร้างประเทศอีกด้วย

ปัจจุบันแรงงานฝีมือในกลุ่มประเทศอาเซียนสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ทั้งวิศวกร สถาปนิก แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล นักบัญชี นักประมาณราคา และผู้บริการด้านการท่องเที่ยว แต่ในความเป็นจริงทัศนคติของวิชาชีพเหล่านี้ในประเทศไทยอาจยังไม่ได้เปิด เพราะดูเหมือนว่าจะมีรูปแบบหรือวิธีการขอใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพเหล่านี้ที่ค่อนข้างกีดกันคนต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทย เพราะคงเป็นห่วงว่าคนไทยจะเสียเปรียบ สู้เขาไม่ได้ ปิดเสียดีกว่าปลอดภัยดี

สิงคโปร์กับไทยจึงคิดไม่เหมือนกัน สิงคโปร์เปิดรับคนเก่งเข้ามา นอกจากไม่กีดกันแล้ว ยังเสนอสิทธิพิเศษให้มากมาย ขอให้เก่งจริง จะดูแลอย่างดี ทำให้สิงคโปร์พัฒนาจากสมองคนที่ตัวเองไม่ต้องลงทุนสร้างมา ขณะที่ประเทศไทยเจตนาปิด หรือสร้างกำแพงไม่ให้แรงงานชั้นสูงปีนเข้ามาได้ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยยังต้องการมันสมองชั้นยอดจากทั่วโลกมาพัฒนาประเทศ และมาสอนคนไทยให้เชี่ยวชาญมากขึ้นในหลายสาขา

ขณะที่แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือสามารถเข้ามาทำงานในไทยได้ง่ายมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายก็มากกว่าหนึ่งล้านคนไปแล้ว ถ้านับรวมที่หนีเข้ามา ก็อาจจะมากกว่าสองหรือสามล้านคนก็เป็นไปได้ แต่สิงคโปร์กีดกันแรงงานด้อยฝีมือ แม้แต่ช่างเทคนิคไทยหากจะไปทำงานที่สิงคโปร์ ก็ต้องไปสอบใบอนุญาตด้านเทคนิคและด้านความปลอดภัย เพราะเขาเป็นห่วงเรื่องคุณภาพชีวิตและสังคมของพลเมือง หากมีแรงงานต่างด้าวด้อยคุณภาพเข้ามา

หากวันนี้ประเทศไทยคิดจะก้าวขึ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีหนทางเดียวคือ การต้องเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีของตนเอง หากคิดจะสุ่มเรียนรู้เองทั้งหมด คงเสียเวลาลองผิดลองถูกนาน

การได้คนเก่งจากทั่วโลกมาช่วย น่าจะเป็นจุดแข็งมากกว่าจุดด้อย ทัศนคติแบบปิดของไทย อาจเป็นจุดสกัดกั้นการพัฒนาของเราก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน