
ส่งสอบฟอกเงิน-เนรเทศผู้ค้า
รัฐระดมตรวจ 11 ตลาดขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบส่ง ปปง.ยึดทรัพย์-เนรเทศผู้ค้าต่างด้าว
รัฐระดมตรวจ 11 ตลาดขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบส่ง ปปง.ยึดทรัพย์-เนรเทศผู้ค้าต่างด้าว
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมได้ประชุมร่วมกับกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ให้ความเห็นชอบต่อไป
ทั้งนี้ แผนดังกล่าวกรมจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังตรวจสอบตลาดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมาก (Notorious Markets) 11 แห่ง จากทั้งหมด 13 แห่ง ตามข้อมูลของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้แก่ หาดกะรน และหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต พัทยา จ.ชลบุรี ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ห้างพันธุ์ทิพย์ คลองถม บ้านหม้อ ห้างมาบุญครอง ริมถนนสุขุมวิท พัฒนพงษ์ และตลาดนัดจตุจักร
ก่อนหน้านี้ กรมและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าทลายตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิดฯ คือ ตลาดนัดถนนสุขุมวิท ส่วนตลาดสะพานเหล็กขณะนี้ถูกรื้อถอนไปแล้ว
“ทุกหน่วยงานจะร่วมกันระดมกำลังลงตรวจตลาดทั้ง 11 แห่ง แบบทันทีและไม่ให้ผู้ค้ารู้ตัว โดยจะต้องกวาดล้างผู้ค้ารายใหญ่ให้ได้ และหากจับกุมผู้ค้าได้นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จะมีการส่งเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลัง และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ใช้กฎหมาย ปปง. ยึดทรัพย์ด้วย” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ในกรณีที่พบว่าผู้ค้าสินค้าละเมิดฯ เป็นคนต่างชาติ จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนและส่งเรื่องต่อไปยังกองการต่างประเทศ สตช. เพื่อดำเนินการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) และห้ามไม่ให้บุคคลเหล่านี้เดินทางเข้ามาในประเทศอีก นอกจากนี้จะมีการทำหนังสือถึงเจ้าของอาคารสถานที่ที่มีการขายสินค้าละเมิดฯ ว่า ไม่ให้ต่อสัญญากับผู้ค้าที่ขายสินค้าละเมิดฯ อีก
“ตอนนี้เริ่มมีการจับกุมผู้ค้าสินค้าละเมิดฯ ที่เป็นชาวต่างชาติมากขึ้น เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดีและพ้นผิดแล้ว บุคคลเหล่านี้มักจะทำผิดซ้ำๆ ในไทยอีก จึงต้องแบล็กลิสต์และไม่ให้เข้าประเทศ” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ในการประกาศทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษของสหรัฐในช่วงเดือน เม.ย.นี้ กรมหวังว่าสหรัฐจะเลื่อนสถานะของไทยให้ดีขึ้นจากปัจจุบันที่ไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิ้ลยูแอล) ติดต่อกัน 8 ปีแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาไทยปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ให้ครอบคลุมการละเมิดบนอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมการลักลอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ตามที่สหรัฐร้องขอ โดยที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ละเมิดรายใหญ่ได้มากขึ้นและยึดของกลางเพื่อนำมาทำลายทิ้งได้จำนวนมาก ส่งผลให้สถานการณ์การละเมิดฯ ลดความรุนแรงลงไปมากแล้ว และขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการจัดทำโรดแมปปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญาทั้งระบบ
“ถ้าปีนี้สถานะไทยยังไม่ดีขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ต้องการให้สหรัฐรู้ว่าที่ผ่านมาไทยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาเยอะแล้ว และจากนี้จะยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวดเหมือนเดิม” นางนันทวัลย์ กล่าว







