
โมเดลธุรกิจใหม่ลีซอิท
ลีซ อิท เปิดโมเดลธุรกิจ ขยายลูกหนี้กว้างขึ้น รองรับเป้าหมายสร้างกิจการให้สูงขึ้นหลังจากอ้วนพีแล้ว
ลีซ อิท เปิดโมเดลธุรกิจ ขยายลูกหนี้กว้างขึ้น รองรับเป้าหมายสร้างกิจการให้สูงขึ้นหลังจากอ้วนพีแล้ว
นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท (LIT) เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มโมเดลในการทำธุรกิจแฟกเตอริ่ง โดยการเปิดรับซื้อลูกหนี้การค้าของบริษัทเอกชนด้วย จากที่ผ่านมาซื้อเฉพาะลูกหนี้ที่ได้งานจากภาครัฐเท่านั้น และในไม่ช้านี้จะขยายไปหาลูกหนี้การค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาด้วย แต่บุคคลนั้นจะต้องมีทะเบียนพาณิชย์และมีสัญญาซื้อขายสินค้ากับนิติบุคคลชัดเจน
กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจ หลังจากเริ่มเซ็นเอ็มโอยูในการเสริมสภาพคล่องให้กับคู่ค้าของบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ (UREKA) และเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา เพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทอีก 5 แห่ง ได้แก่ โซลาร์ตรอน (SOLAR) บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. (K) บริษัท เอทีพี 30 (ATP30) บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ (NCL) และบริษัท บิวเดอสมาร์ท (BSM) ทำให้เห็นว่าบริษัทเหล่านั้นมีคู่ค้าทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาอยู่จำนวนมาก เช่น เป็นเจ้าของรถตู้คันเดียวก็มาร่วมทำธุรกิจกับ ATP30 ได้แล้ว ส่วน XO มีคู่ค้าที่เป็นบุคคลมากพอสมควรจากการขายวัตถุดิบ เช่น กะปิ น้ำปลา
ทั้งนี้ ผู้ขายสินค้าให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำบิลมาเบิกเงินจาก LIT ทันทีหลังจากการส่งสินค้าโดยไม่ต้องรอให้ครบเครดิตเทอมและไม่มีหลักทรัพย์ ส่วนฝั่งผู้ซื้อสินค้าก็จะได้รับสินเชื่อไปชำระให้กับบริษัทที่เข้าร่วม
“ลีซ อิท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ได้รู้จักและคุ้นเคยกับผู้บริหารใน MAI หลายคน เมื่อได้คุยก็เห็นประโยชน์ร่วมกัน แต่ละบริษัทมีคู่ค้าหลากหลายขนาด หลายรายเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ทำให้บริษัทเห็นโอกาสเปิดกว้างอีกมาก และได้ขยายไปสู่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ คือ โซลาร์ตรอนได้” นายสมพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือเติมทุนหมุนเวียนให้คู่ค้าของบริษัททั้ง 7 แห่งนั้น จะเริ่มสร้างรายได้ได้ประมาณไตรมาส 3 ปีนี้ ระหว่างนี้ต้องใช้เวลาในการวางระบบต่างๆ
ด้านผลดำเนินงานในไตรมาสแรก ปี 2559 ตามฤดูกาลจะมีรายได้และกำไรน้อย แต่ปีนี้น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปีก่อนที่เป็นช่วงที่ดีของธุรกิจ







