
เอ็กซิมแบงก์หนุนค้าอิหร่าน
เอ็กซิมแบงก์ เปิดให้บริการทางการเงินสนับสนุนการค้าไทย-อิหร่านอย่างเป็นทางการแห่งแรก
เอ็กซิมแบงก์ เปิดให้บริการทางการเงินสนับสนุนการค้าไทย-อิหร่านอย่างเป็นทางการแห่งแรก
นายมนัส แจ่มเวหา ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เปิดให้บริการทางการเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการค้าไทย-อิหร่าน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถือเป็นธนาคารแห่งแรกในไทยที่จะเปิดให้บริการดังกล่าวอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมาย ภายหลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีมติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. 2559
ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องการบุกตลาดการค้าใหม่ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าไทย-อิหร่าน จาก 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 เป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ อิหร่านถือเป็นตลาดสำคัญในตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อและความต้องการสินค้าจากไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และยางพารา รวมทั้งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องปรับอากาศ และเม็ดพลาสติก ซึ่งอิหร่านนำเข้าจากไทยมากเป็นลำดับต้นๆ
สำหรับสินค้าไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวดีในตลาดอิหร่าน ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากอิหร่านเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน ขณะที่สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากอิหร่าน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ สัตว์น้ำสดแช่เย็นแช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นต้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้หารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเปิดให้บริการทางการเงินในระบบธนาคารกับผู้ประกอบการไทยที่ค้าขายกับอิหร่านภายใต้กฎหมายไทย รวมทั้งคำแนะนำของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือแฟตเอฟ โดยไม่เป็นการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การฟอกเงิน และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงซึ่งจะเป็นภัยร้ายแรงต่อมนุษยชาติ
อย่างไรก็ดี อิหร่านเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยจำนวนประชากรกว่า 78 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 6,063 เหรียญสหรัฐ การค้าไทย-อิหร่านในปี 2558 มีมูลค่า 309.49 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 217.45 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 92.04 ล้านเหรียญสหรัฐ







