
BEMลุยงานรัฐ
กลุ่ม ช.การช่าง พร้อมกวาดงานโครงการรัฐ BEM ต้นทุนเพียบ ไม่ต้องเพิ่มทุน รอขายหุ้นกู้ 2 หมื่นล้าน
กลุ่ม ช.การช่าง พร้อมกวาดงานโครงการรัฐ BEM ต้นทุนเพียบ ไม่ต้องเพิ่มทุน รอขายหุ้นกู้ 2 หมื่นล้าน
นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยในที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นว่า บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งสามารถที่จะเข้าร่วมประมูลและลงทุนในโครงการรัฐโดยไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มทุน สามารถนำกำไรที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน และขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินอีก 2-3 เท่า ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะโครงการลงทุนจะมีขนาดประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศให้อันดับเครดิตที่ระดับ A แนวโน้มคงที่ ทำให้ต้นทุนการเงินลดลงได้อีก ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นอนุมัติวงเงินในการออกหุ้นกู้ 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะออกมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและกระจายความเสี่ยงที่มาของเงินทุน ขณะนี้บริษัทมีหนี้เงินกู้อยู่ 3.97 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยที่ 4% หากออกหุ้นกู้จะมีต้นทุนถูกลง ขณะนี้พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.55%
สำหรับแผนการใช้เงินจากหุ้นกู้ที่จะออกมูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท จะนำไปปรับโครงสร้างหนี้สถาบันการเงิน ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือ 8,000 ล้านบาท แบ่งจำนวน 6,000 ล้านบาท ใช้ในโครงการทางด่วนศรีรัช ส่วนวงแหวนรอบนอก และอีก 2,000 ล้านบาท ใช้ในรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งทางด่วนศรีรัชฯ ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้กำไรและกู้เงิน 2-3 เท่าในการลงทุน ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้ากว่า 92% เร็วกว่าเป้าหมาย คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ปลายเดือน ก.ค. หรือสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค. ทำให้รายได้เติบโตดีขึ้น คาดว่าจะมีรถมาใช้บริการประมาณ 8.8 หมื่นคัน/วัน ค่าผ่านทางที่ 50 บาท ส่วนรถไฟสายสีม่วง บริษัทยังรับจ้างเดินรถด้วย ในส่วนรายได้คงที่ 2,000 ล้านบาท และมีส่วนที่ผันแปรตามผู้โดยสารอีกส่วนหนึ่ง บริษัทคาดหวังว่าจะทำให้ผู้โดยสารในสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น จะมีผู้ใช้ 5 หมื่นคน/วัน
นางพเยาว์ กล่าวถึงการขอต่ออายุสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ที่จะหมดอายุในปี 2563 ว่าบริษัทได้ทำหนังสือยืนยันกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยแล้ว กรณีเลวร้ายสุดถ้าไม่ได้ต่ออายุ รายได้ก็จะหายไป 2,000 ล้านบาท แต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับบริษัทสามารถบริหารจัดการได้
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากทางด่วนสัมปทานเดิม 5,000 ล้านบาท ได้รับการชดเชยจำนวน 3,000 ล้านบาท จากทางด่วนศรีรัชวงแหวนรอบนอก หากใช้เต็มที่จะมีรายได้เข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือยอดรถใช้สูงสุดที่ 1.5-1.8 แสนคัน/วัน และยังมีรายได้จากรถไฟฟ้าสายต่างๆ ด้วย
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM กล่าวว่า บริษัทมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน โดยพร้อมและสนใจจะเข้าประมูลทุกเส้นที่รัฐออกมา
ด้านการประชุมผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นเสนอให้บริษัทจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของกำไรสุทธิ จากที่บริษัทจ่าย 40% ซึ่งประธานที่ประชุมรับไว้พิจารณาในการประชุมปีหน้า ส่วนปีนี้อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 0.07 บาท
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ BEM กล่าวว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาเงินออมมากกว่าเงินลงทุนมาโดยตลอดเห็นได้จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่รัฐต้องเร่งการลงทุนในทุกๆ ด้าน และแนะให้เปลี่ยนเงินเกินดุลที่ลงทุนในพันธบัตรได้ผลตอบแทน 0.25% มาลงทุนในระบบราง ขยายสนามบิน
“ไทยมีเงินออมมากพอที่จะลงทุน และไม่ต้องกู้จากต่างประเทศ ถ้ากู้เข้ามาก็จะทำให้เงินบาทแข็งค่าอีก ดังนั้นการกู้ในประเทศดีที่สุดและไม่จำเป็นที่จะไปบอกให้จีนเข้ามาร่วมลงทุน หากจำเป็นก็เปิดกว้างรับทุกประเทศที่สนใจ”







