posttoday
กรมหม่อนไหมจัดงานเทิดพระเกียติพระราชินี

กรมหม่อนไหมจัดงานเทิดพระเกียติพระราชินี

03 สิงหาคม 2553

กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงานไหมไทยเทิดพระเกียรติพระราชินี25-29สิงหานี้ที่เมืองทองธานี พร้อมเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการตลาด

กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงานไหมไทยเทิดพระเกียรติพระราชินี25-29สิงหานี้ที่เมืองทองธานี พร้อมเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการตลาด

นายไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า  กรมเตรียมจัดงาน“ตรานกยูงพระราชทาน  สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 5 )   ระหว่างวันที่ 25-29 สิงหาคม 2553 ที่เมืองทองธานี  ซึ่งงานนี้จะมีการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมนาชินีนาถ  ที่ทรงเป็นริเริ่มและส่งเสริมการพัฒนาไหมไทย จนมีการตั้งกรมหม่อนไหม นอกจากนั้นจะมีการสัมมนาทางวิชาการหม่อนไหมอาเซียน  ซึ่งมี 10 ประเทศที่มีการเลี้ยงหม่อนไหม เข้าร่วมประชุม ระหว่างวันที่ 22-27 ส.ค. ในงานเดียวกันด้วย  โดยสมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานทั้ง 2 ในวันที่ 25 ส.ค.

สำหรับผ้าไหมไทย เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ แต่การบริโภคสินค้าผ้าไหมไทยภายในประเทศยังมีจำกัด เนื่องจากแนวคิดและค่านิยม ในการการใช้ผ้าไหม ที่คนไทยส่วนมากยังมีความคิดว่าเป็นของราคาแพง ดูแลยากทำให้การใช้ผ้าไหมของไทยยังมีน้อยทั้งที่มีคุณภาพดีและราคาไม่แพง  ซึ่งในงานจะมีการแสดงขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเลี้ยงไหม การทอ จนถึงการพัฒนาเป็นสินค้าหลากหลาย  

อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวว่า   กรมหม่อนไหมในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลสินค้าไหมไทย  ได้เล็งเห็นความสำคัญ   ในการปลูกฝังค่านิยมการใช้ผ้าไหมไทย  รวมทั้งเร่งรัดและส่งเสริมให้มีการใช้ผ้าไหมในกลุ่มผู้บริโภคภายในประเทศมากยิ่งขึ้น โดยได้วางแนวทางการดำเนินงาน คือ รณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของผ้าไหมไทย  เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักว่าผ้าไหมไทยเป็นภูมิปัญญา  วัฒนธรรมและมรดกของชาติ  ซึ่งควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ  รวมถึงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการ      ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม  การสาวไหม  การทอผ้าไหมในแต่ละท้องถิ่นภูมิภาค  ให้มีการถ่ายทอดอาชีพและภูมิปัญญาจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ตลอดจนขยายกลุ่มผู้บริโภคผ้าไหมภายในประเทศ  โดยการพัฒนาการออกแบบผ้าไหมไทยเพื่อผลิตเป็นสินค้าแฟชั่น  เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นถึงวัยทำงานให้มากขึ้น

“กรมหม่อนไหมจะเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าผ้าไหมไทย  โดยใช้วิธีการสื่อด้วยเรื่องราวของเอกลักษณ์ ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมไทย  ส่งเสริมการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดใน 2 แนวทาง คือ ตลาดระดับบน (Niche market) ซึ่งต้องการสินค้าคุณภาพสูง และตลาดทั่วไปซึ่งต้องการสินค้าคุณภาพมาตรฐานในระดับปานกลาง ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผ้าไหม ให้สามารถดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและไม่ยุ่งยาก เพื่อให้สามารถใช้ผ้าไหมในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ซึ่งในการเข้าเที่ยวชมงานที่กำลังจะจัดขึ้นจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจถึงธรรมชาติของผ้าไหม และเห็นคุณค่าของผ้าไหมและเชื่อเมื่อทุกคนได้รับทราบความลำบากและขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดออ่นทุกขั้นตอนจะทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าต้องมีผ้าไหมไว้ในครอบครอง ”  นายไพโรจน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน