
กรมหม่อนไหมจัดงานเทิดพระเกียติพระราชินี
กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงานไหมไทยเทิดพระเกียรติพระราชินี25-29สิงหานี้ที่เมืองทองธานี พร้อมเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการตลาด
กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงานไหมไทยเทิดพระเกียรติพระราชินี25-29สิงหานี้ที่เมืองทองธานี พร้อมเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการตลาด
นายไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมเตรียมจัดงาน“ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 5 ) ระหว่างวันที่ 25-29 สิงหาคม 2553 ที่เมืองทองธานี ซึ่งงานนี้จะมีการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมนาชินีนาถ ที่ทรงเป็นริเริ่มและส่งเสริมการพัฒนาไหมไทย จนมีการตั้งกรมหม่อนไหม นอกจากนั้นจะมีการสัมมนาทางวิชาการหม่อนไหมอาเซียน ซึ่งมี 10 ประเทศที่มีการเลี้ยงหม่อนไหม เข้าร่วมประชุม ระหว่างวันที่ 22-27 ส.ค. ในงานเดียวกันด้วย โดยสมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานทั้ง 2 ในวันที่ 25 ส.ค.
สำหรับผ้าไหมไทย เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ แต่การบริโภคสินค้าผ้าไหมไทยภายในประเทศยังมีจำกัด เนื่องจากแนวคิดและค่านิยม ในการการใช้ผ้าไหม ที่คนไทยส่วนมากยังมีความคิดว่าเป็นของราคาแพง ดูแลยากทำให้การใช้ผ้าไหมของไทยยังมีน้อยทั้งที่มีคุณภาพดีและราคาไม่แพง ซึ่งในงานจะมีการแสดงขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเลี้ยงไหม การทอ จนถึงการพัฒนาเป็นสินค้าหลากหลาย
อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวว่า กรมหม่อนไหมในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลสินค้าไหมไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการปลูกฝังค่านิยมการใช้ผ้าไหมไทย รวมทั้งเร่งรัดและส่งเสริมให้มีการใช้ผ้าไหมในกลุ่มผู้บริโภคภายในประเทศมากยิ่งขึ้น โดยได้วางแนวทางการดำเนินงาน คือ รณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของผ้าไหมไทย เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักว่าผ้าไหมไทยเป็นภูมิปัญญา วัฒนธรรมและมรดกของชาติ ซึ่งควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ รวมถึงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม การทอผ้าไหมในแต่ละท้องถิ่นภูมิภาค ให้มีการถ่ายทอดอาชีพและภูมิปัญญาจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ตลอดจนขยายกลุ่มผู้บริโภคผ้าไหมภายในประเทศ โดยการพัฒนาการออกแบบผ้าไหมไทยเพื่อผลิตเป็นสินค้าแฟชั่น เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นถึงวัยทำงานให้มากขึ้น
“กรมหม่อนไหมจะเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าผ้าไหมไทย โดยใช้วิธีการสื่อด้วยเรื่องราวของเอกลักษณ์ ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมไทย ส่งเสริมการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดใน 2 แนวทาง คือ ตลาดระดับบน (Niche market) ซึ่งต้องการสินค้าคุณภาพสูง และตลาดทั่วไปซึ่งต้องการสินค้าคุณภาพมาตรฐานในระดับปานกลาง ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผ้าไหม ให้สามารถดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและไม่ยุ่งยาก เพื่อให้สามารถใช้ผ้าไหมในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ซึ่งในการเข้าเที่ยวชมงานที่กำลังจะจัดขึ้นจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจถึงธรรมชาติของผ้าไหม และเห็นคุณค่าของผ้าไหมและเชื่อเมื่อทุกคนได้รับทราบความลำบากและขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดออ่นทุกขั้นตอนจะทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าต้องมีผ้าไหมไว้ในครอบครอง ” นายไพโรจน์ กล่าว







