
เฮลท์แคร์-ไอทีเวียดนามรุ่ง
เคพีเอ็มจีเผยนักลงทุนต่างชาติยกเศรษฐกิจอาเซียนร้อนแรง โดยเฉพาะเวียดนามขยายตัวสูงสุด ชี้กลุ่มเฮลท์แคร์และสื่อสารโอกาสสูง
เคพีเอ็มจีเผยนักลงทุนต่างชาติยกเศรษฐกิจอาเซียนร้อนแรง โดยเฉพาะเวียดนามขยายตัวสูงสุด ชี้กลุ่มเฮลท์แคร์และสื่อสารโอกาสสูง
นายวอร์ริค เคลน หัวหน้าฝ่ายภาษีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจและยกให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูงสุด จึงทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกอยากขยายการลงทุนเข้ามายังตลาดในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) เพราะเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเวียดนาม เพราะมีจำนวนประชากรที่โดดเด่น มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่ม และเป็นตลาดขนาดใหญ่
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีความสนใจและมีโอกาสในการเข้าไปลงทุนในเวียดนาม คือ กลุ่มดูแลสุขภาพ (เฮลท์แคร์) ธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ไว้ที่ 7% ต่อปี และจะต้องมีรายได้ต่อคนต่อหัวอยู่ที่ 3,200-3,500 เหรียญสหรัฐ/คน ภายในปี 2563 ซึ่งปัจจุบันเวียดนามก็ขยายตัวอยู่ในระดับ 6-7% ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว
“ขณะนี้เวียดนามมีความได้เปรียบในเรื่องของบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ทำให้สามารถรองรับการลงทุนจากทั่วโลกได้ในทุกระดับ และกฎเกณฑ์ระเบียบต่างๆ ยังเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติอีกด้วย จึงทำให้เวียดนามเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมาก” นายวอร์ริค กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเข้าไปลงทุนในเวียดนามยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่ผู้ที่สนใจเข้าไปลงทุนจะต้องรู้และเข้าใจกฎหมายนั้นๆ ให้ดี ต้องศึกษาว่าอะไรที่รัฐให้ทำได้และอะไรที่รัฐบาลไม่ให้ทำ รวมทั้งต้องมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อทั้งรัฐบาลและเอกชนในพื้นที่ สุดท้ายคือต้องศึกษาและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามด้วยว่ามีพฤติกรรมในการซื้อและบริโภคสินค้าอย่างไร เพื่อให้เจาะตลาดลูกค้าได้ตรงจุด
อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ รวมถึงคนเวียดนามเองเห็นว่าการที่เวียดนามเข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก(ทีพีพี) จะช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนให้กับเวียดนาม และจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับเวียดนาม โดยเฉพาะการส่งออก







