
SMEสิงคโปร์เฮ รัฐเพิ่มงบช่วย
รัฐบาลสิงคโปร์ลดภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพิ่มความสามารถแข่งขัน ประสบปัญหาขาดแรงงานหนัก
รัฐบาลสิงคโปร์ลดภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพิ่มความสามารถแข่งขัน ประสบปัญหาขาดแรงงานหนัก
หนังสือพิมพ์เดอะสเตรทส์ไทมส์ ของสิงคโปร์ ระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะเพิ่มความช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้นในปีงบประมาณ 2016 เนื่องจากเอสเอ็มมีความประสงค์
ที่จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันรวมถึงยังช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นให้แก่เอสเอ็มอี ขณะที่ต้องแข่งขันกับข้อจำกัดด้านแรงงานมากขึ้น
เฮงสวีเกียต รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ ระบุว่า ในเชิงมาตรการเกี่ยวกับภาษี รัฐบาลจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 50% จาก 30% ต่อปี ซึ่งมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 7.07 แสนบาท)
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะขยายระยะเวลาของโครงการเครดิตจ้างงานพิเศษ(เอสอีซี) ออกไปจนถึงสิ้นปี 2019 ซึ่งตามกำหนดเดิมเอสอีซีจะหมดเขตในปี 2016 นี้ อีกทั้งจะเพิ่มวงเงินในโครงการอีก 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.89 หมื่นล้านบาท)
การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเอสอีซีดังกล่าว รัฐจะช่วยให้นายจ้างสามารถชดเชยค่าแรง 8% ของรายได้สำหรับพนักงานที่อายุ 65 ปีขึ้นไปขณะเดียวกันจะชดเชยค่าแรงเพิ่มขึ้น 5% ของเงินเดือนแก่พนักงานที่อายุระหว่าง 60-64 ปี และจะเพิ่มค่าแรง 3% ของเงินเดือนแก่พนักงานที่อายุระหว่าง 55-59 ปี
การเพิ่มเงินชดเชยดังกล่าวจะจัดแก่พนักงานที่มีรายได้ไม่เกิน 4,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.41 แสนบาท) ต่อเดือน และเอสอีซีจะครอบคลุมพนักงานสูงอายุราว 3 ใน 4 ของพนักงานสูงอายุในสิงคโปร์ทั้งหมดหรือพนักงานราว 3.4 แสนคน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์จะเพิ่มการลงทุนจากภาครัฐมากขึ้นในปีงบประมาณนี้ โดยคาดว่ามีวงเงินลงทุนอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท) โดยเฉพาะการลงทุนด้านสาธารณสุข การศึกษา ความมั่นคง และการพัฒนาปรับปรุงเมือง
เฮง คาดว่า ความต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐจะเพิ่มขึ้นมากในปีนี้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลงทุนของภาคเอกชนที่ลดลงได้ โดยการลงทุนในปีนี้ยังรวมถึงบรรดาโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,500 ล้านบาท) ที่มีจำนวนรวมกันกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.84 หมื่นล้านบาท) อีกด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่เอสเอ็มอี ซึ่งจะให้เงินกู้แก่เอสเอ็มอีวงเงินสูงสุด 3 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 10.6 ล้านบาท) ต่อราย เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะเริ่มในปี 2016 นี้ เพื่อ
สนับสนุนเอสเอ็มอีที่มักประสบปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียน หรือต้องการทุนเพื่อขยายธุรกิจ
ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลจะร่วมกับธนาคารพาณิชย์แบกรับความเสี่ยงในสินเชื่อ 50% เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะยกระดับโครงการรีไวทาไลเซชั่น ออฟ ช็อป โครงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ร้านค้าย่านตึกสูง โดยสปริง สิงคโปร์ หน่วยงานของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม จะร่วมมือกับสมาคมสมาพันธ์พ่อค้าสิงคโปร์และสมาคมพ่อค้าท้องถิ่นในการยกระดับศักยภาพธุรกิจดังกล่าว
สุดท้าย รัฐบาลจะเลื่อนการขึ้นภาษีสำหรับชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์ ภาคส่วนก่อสร้างและทะเลเป็นเวลา 1 ปี หลังจากชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตทำงานในภาคส่วนดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็วและขาดแรงงาน







