posttoday
ไม่กระทบขายข้าวจีน

ไม่กระทบขายข้าวจีน

29 มีนาคม 2559

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่า รัฐบาลไทยจะลงทุนก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เองทั้งหมด จากเดิมจะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ทว่าการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนรถไฟดังกล่าว อาจมีผลกระทบต่อสัญญาที่ฝ่ายจีนตกลงที่จะซื้อข้าวสารจากไทย 2 ล้านตัน และซื้อยางพารา 2 แสนตัน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการลงนามสัญญาซื้อขายข้าวและยางเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ผูกติดกับการลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ระหว่างรัฐบาลไทยและจีน

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่า รัฐบาลไทยจะลงทุนก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เองทั้งหมด จากเดิมจะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ทว่าการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนรถไฟดังกล่าว อาจมีผลกระทบต่อสัญญาที่ฝ่ายจีนตกลงที่จะซื้อข้าวสารจากไทย 2 ล้านตัน และซื้อยางพารา 2 แสนตัน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการลงนามสัญญาซื้อขายข้าวและยางเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ผูกติดกับการลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ระหว่างรัฐบาลไทยและจีน

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า การลงทุนทำรถไฟความเร็วสูงของไทยในครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อสัญญาซื้อขายสินค้าข้าว 2 ล้านตัน และยางพารา 2 แสนตัน โดยข้อตกลงยังคงดำเนินต่อไป เพราะถือเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบลงทุนเท่านั้น จากเดิมที่จีนจะเข้ามาร่วมลงทุน ก็เป็นไทยลงทุนเองทั้งหมด แต่เทคโนโลยีและตัวรถไฟยังคงใช้ของจีน และจีนยังเป็นฝ่ายที่ดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด

ด้าน ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มองว่า ตราบใดที่ฝ่ายไทยยังไม่ยกเลิกก่อสร้างทางรถไฟเส้นดังกล่าวหรือเปิดประมูลให้ประเทศอื่นมาดำเนินการแทนจีน ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการซื้อขายสินค้าเกษตร 2 ชนิด ที่ฝ่ายไทยและจีนตกลงซื้อขายกันแน่นอน ขณะที่รูปแบบและการดำเนินการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนนั้น ไทยยังคงซื้อเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงและตัวรถไฟจากจีน โดยฝ่ายไทยเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินมาดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งแทบไม่แตกต่างกับการแลกเปลี่ยนซื้อสินค้าระหว่างกันแต่อย่างใด

“เอ็มโอยูข้าวที่ได้ลงนามจากโครงการลงทุนรถไฟไทย-จีน ไม่น่าจะมีปัญหา หากไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด ส่วนที่ว่าจีนจะซื้อข้าวไทยอย่างไร ก็ต้องไปตกลงเรื่องราคาอีกครั้ง เพราะในเอ็มโอยูก็ระบุชัดเจนว่าจะมีการตกลงซื้อขายกันในราคาตลาด หากจะช้าก็คงเป็นเรื่องการเจรจาต่อรองราคามากกว่า” ชูเกียรติ ให้ความเห็น

ขณะที่วันที่ 28 มี.ค.กรมการค้าต่างประเทศเปิดให้เอกชนยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลครั้งที่ 2/2559 ปริมาณ 6.4 แสนตัน แบ่งเป็นการประมูลข้าวเป็นการทั่วไป 4.18 แสนตัน มีผู้เข้าร่วมยื่นซองคุณสมบัติ 42 ราย ส่วนการประมูลข้าวเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เพื่อการบริโภค 2.23 แสนตัน มีผู้เข้าร่วมยื่นซองคุณสมบัติทั้งหมด 7 ราย และจะทำการประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติและเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 30-31 มี.ค. 2559

ต่อประเด็นดังกล่าว ชูเกียรติ ประเมินว่า สาเหตุที่มีเอกชนสนใจเข้าร่วมประมูลข้าวเป็นการทั่วไปจำนวนมากถึง 42 ราย เพราะกระทรวงพาณิชย์นำข้าวเหนียวและปลายข้าวเหนียวมาเปิดประมูลด้วย โดยข้าวทั้งสองชนิดกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวเหนียวในตลาดได้ปรับตัวสูงมาก โดยราคาส่งออกข้าวเหนียวในปัจจุบันได้ปรับขึ้นมาสูงถึงตันละ 814 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระดับปกติที่ราคาส่งออกข้าวเหนียวเฉลี่ยอยู่ประมาณตันละ 600 เหรียญสหรัฐ เป็นผลจากผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวฤดูกาลนี้ปรับตัวลดลง 10-15% จากผลผลิตปกติอยู่ที่ 4-5 ล้านตัน

“ราคาข้าวเหนียวขณะนี้สูงกว่าข้าวหอมมะลิแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานๆ ครั้ง โดยราคาส่งออกข้าวหอมมะลิปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 770 เหรียญสหรัฐ แต่ข้าวเหนียวขึ้นไปถึงตันละ 814 เหรียญสหรัฐ เพราะผลผลิตลดน้อยลง ทำให้โรงสีต่างเร่งซื้อข้าวเหนียวเพื่อเก็บในสต๊อก และเชื่อว่าการเปิดประมูลข้าวรอบนี้จะมีเข้าแย่งซื้อข้าวกันสูง” ชูเกียรติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน