
ขายดีรุกเต็มสูบ
“ขายดี” ตั้งเป้าลูกค้าซื้อขายสินค้ามือสองออนไลน์เพิ่มเท่าตัว ดันยอดขายเพิ่ม 10 เท่าในสิ้นปี
“ขายดี” ตั้งเป้าลูกค้าซื้อขายสินค้ามือสองออนไลน์เพิ่มเท่าตัว ดันยอดขายเพิ่ม 10 เท่าในสิ้นปี
นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส ผู้ให้บริการซื้อ-ขายออนไลน์ขายดี (Kaidee) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดให้บริการขายของมือสองมาตั้งแต่ปี 2554 และพบว่าเทรนด์การซื้อขายสินค้ามือสองมีการเติบโตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีที่ผ่านมามีสินค้าที่ประกาศขายกว่า 8.6 ล้านประกาศ
“ยอดการใช้งานเว็บไซต์ขายดีโตขึ้นกว่า 92% มีผู้เข้าชมกว่า 40 ล้านเพจวิว/วัน จากการเก็บข้อมูลพบว่าจำนวนสินค้าที่ไม่ได้มีการนำมาซื้อขายซ้ำกว่า 8 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท
ซึ่งสินค้าเหล่านี้ยังคงมีความต้องการอีกมาก และการนำสินค้ามือสองมาโละขายก็เป็นอีกแนวทางที่ตลาดไทยน่าจะมีการเติบโตที่ดี โดยในปีนี้เราได้ตั้งเป้าลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวและยอดขาย 10 เท่า หลังเปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่” นายทิวา กล่าว
นอกจากนี้ ขายดียังได้เพิ่มฟีเจอร์ประกาศขายซ้ำที่เรียกว่า Bump Your Ads หรือเลื่อนประกาศ ในระดับราคาตั้งแต่ 9-50 บาท ผ่านการส่งเอสเอ็มเอส และขายดีเอ้ก (Kaidee Egg) ซึ่งเป็นการขายเครดิตเหมือนเหรียญในไลน์ จ่ายผ่านบัตรเครดิตเริ่มต้นที่ 50-2,500 บาท เพื่อให้สะดวกสบายในการเลื่อนประกาศ เหมาะกับคนที่มีประกาศขายจำนวนมาก และอยากให้ขายเร็วขึ้นใช้งานได้ทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์
ทั้งนี้ ขายดีจะยังใช้แนวทางการทำตลาดแบบเดิม คือ เน้นกลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัลมากกว่าสื่อหลัก แต่ยังจำเป็นต้องใช้ทั้งสองสื่อควบคู่กัน เพราะคนไทยที่กล้านำสินค้ามือสองมาขายแบบออนไลน์นั้นยังมีน้อย
นายทิวา กล่าวเพิ่มเติมว่า การซื้อขายผ่านขายดีไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าใหม่เสมอไป ขอแค่ผู้ขายไม่หลอกลวง และสภาพของสินค้ายังอยู่ในสภาพดี บริษัทจึงเน้นจุดเด่นในการนัดเจอ เพื่อตรวจสภาพของก่อนจ่ายเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในช่องทางการซื้อขายของมือสองออนไลน์ สำหรับสินค้ายอดนิยมที่มีการโพสต์ขายมากที่สุด คือ รถมือสอง พระเครื่อง โทรศัพท์มือถือ-แท็บเล็ต มอเตอร์ไซค์ และอสังหาริมทรัพย์
“ขายดี ไม่ได้เน้นขยายตลาดไปยังอาเซียนเหมือนบริการอื่นๆ แต่เน้นแค่การใช้งานสำหรับคนไทยเท่านั้น ในปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานถึง 1 ล้านคน ผู้เข้าชมเว็บกว่า 40 ล้านเพจวิว/วัน และการใช้งานผ่านเดสก์ท็อปลดลงถึง 30% ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าผู้ใช้งานแอพเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากที่มีอยู่ประมาณ 40% ของการใช้งานผ่านทุกช่องทาง” นายทิวา กล่าว







